← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 144ฟรี

ตอนที่ 144 — การเปิดหน้ากระดาษที่ซ่อนแผนที่มิติ

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหน่วยตรวจตราที่วิ่งผ่านโถงทางเดินด้านนอกห้องสมุดกลางยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอเลียส แม้ว่าความวุ่นวายจากการบุกจับกุมบรอนเวนและพวกจะสงบลงชั่วคราว แต่มันกลับทิ้งกลิ่นอายของความระแวงไว้ในอากาศที่เย็นเยียบของเอลเดอร์เมียร์

"คุณควรจะหยุดถอนหายใจแบบนั้นเสียที เอเลียส มันไม่ได้ช่วยให้ความผิดพลาดของเราหายไป" เซเลสเทนพูดรัวเร็วขณะที่มือของเธอกำลังขัดเลนส์แก้วดัชนีหักเหสูงอย่างบ้าคลั่ง แสงจากผลึกแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสั่นไหวตามจังหวะการขยับมือของเธอ "ถ้าหน่วยตรวจตราพบว่าเราใช้แสงสะท้อนกาลเวลาเข้าถึงข้อความลับในบันทึกต้องห้าม เราจะไม่ใช่แค่ถูกสั่งพักงาน แต่เราจะถูกถอดถอนจากฐานะอาลักษณ์"

เอเลียสไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขามองดูสมุดบันทึกปกหนังที่วางอยู่ตรงหน้า มันคือบันทึกที่เพิ่งถูกดึงออกมาจากกองเอกสารที่ถูกยึดไว้ในเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งล่าสุด "เราไม่ได้แค่เข้าถึงข้อความลับ เซเลสเทน เราพบสิ่งที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของ Castellane ทั้งหมด" เขาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบกระดาษที่ดูธรรมดา "คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... มันไม่ใช่แค่บทกวี แต่มันคือพิกัด"

"พิกัด?" เซเลสเทนหยุดมือ เธอขยับแว่นสายตาแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ "คุณหมายถึงพิกัดทางภูมิศาสตร์ในเอลเดอร์เมียร์งั้นเหรอ? มันเป็นไปไม่ได้ บันทึกเก่าแก่บอกว่าเป็นนิมิต"

"ไม่ใช่ภูมิศาสตร์บนแผ่นดินนี้" เอเลียสกล่าวเสียงต่ำ เขาหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กขึ้นมาวางบนจุดกึ่งกลางของหน้ากระดาษ "มันคือพิกัดของมิติ"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงฟู่ของตะเกียงน้ำมันที่เผาไหม้อย่างแผ่วเบา เอเลียสเริ่มกระบวนการที่เขาเรียกมันว่า 'การสำรวจเชิงลึก' เขาไม่ใช้เพียงแค่การอ่าน แต่เขาใช้เทคนิคการซ้อนทับแสงเพื่อค้นหาความผิดปกติของหมึกพิมพ์ เขาค่อยๆ หมุนเลนส์แก้วที่เซเลสเทนเตรียมไว้ แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกเริ่มสะท้อนผ่านเลนส์ กระทบลงบนตัวอักษรที่เขียนด้วยน้ำหมึกพิเศษ

"ลองดูนี่" เอเลียสสั่ง

เซเลสเทนหยิบเครื่องฉายแสงขนาดจิ๋วขึ้นมา เธอปรับค่าความถี่ของแสงให้ตรงกับค่าความหนาแน่นของผลึกแก้วที่ใช้ในยุคของมาสเตอร์เอเดรียน "ถ้าเขาซ่อนอะไรไว้ แสงสะท้อนกาลเวลาจะต้องทำให้มันปรากฏออกมา... หรือไม่ก็ทำให้มันหายไปเลย"

เมื่อแสงตกกระทบลงบนหน้ากระดาษ แทนที่มันจะสะท้อนกลับมาเป็นเพียงพื้นผิวเรียบๆ แต่มันกลับเริ่ม 'ไหล' เหมือนผิวน้ำ เอเลียสขมวดคิ้ว เขาพยายามปรับมุมของเลนส์เพื่อหาจุดโฟกัสที่ชัดเจนที่สุด "มาสเตอร์เอเดรียนไม่ได้แค่เขียนบันทึก เขาใช้หมึกที่ทำจากเศษเสี้ยวของผลึกมิติ"

"ดูนั่น!" เซเลสเทนอุทาน นิ้วของเธอชี้ไปที่รอยหมึกที่ดูเหมือนรอยเปื้อนธรรมดา แต่มันกำลังขยายตัวออกเป็นเส้นสายที่ซับซ้อน "มันไม่ใช่ตัวอักษร แต่มันคือเส้นขอบฟ้าที่บิดเบี้ยว!"

เอเลียสใช้ปากกาขนนกจดบันทึกสิ่งที่เห็นอย่างรวดเร็ว 'พบการซ้อนทับของเส้นโครงร่างที่ไม่สอดคล้องกับแผนที่มาตรฐานของเอลเดอร์เมียร์' เขาพึมพำกับตัวเอง "มาสเตอร์เอเดรียนไม่ได้ทิ้งไว้แค่คำทำนาย แต่เขาทิ้งแผนที่มิติไว้ในตำราเล่มนี้"

การทำงานร่วมกันระหว่างความเคร่งครัดของเอเลียสและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของเซเลสเทนเริ่มเห็นผล พวกเขาพยายามไล่ตามเส้นสายเหล่านั้นผ่านเลนส์แก้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งที่แสงสว่างขึ้น เส้นทางเหล่านั้นกลับเลือนหายไปเหมือนหมอกควัน

"เราต้องเพิ่มความเข้มของแสงสะท้อน" เซเลสเทนเสนอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ "แต่ถ้าเราใช้พลังงานจากผลึกมากเกินไป มันอาจจะทำให้กระดาษไหม้ หรือไม่ก็... ทำให้มิติที่ซ่อนอยู่เปิดออกกว้างเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้"

"เราไม่มีทางเลือก" เอเลียสตอบอย่างเด็ดขาด "หากราชสำนักยึดตำราเล่มนี้ไปโดยที่ยังไม่เข้าใจความหมายของมัน พวกเขาจะใช้มันเป็นอาวุธเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่เพื่อความสมดุล เราต้องสำรวจมันให้สำเร็จก่อน"

เอเลียสหยิบผลึกแก้วขนาดใหญ่ที่เป็นแกนกลางของสำนักอาลักษณ์ออกมา มันคือผลึกที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัส เขาค่อยๆ วางมันลงบนแท่นรองรับแสง แสงสว่างวาบกระจายไปทั่วห้องจนเซเลสเทนต้องยกมือขึ้นบังตา

"เตรียมเลนส์เบี่ยงเบนแสง!" เอเลียสตะโกนสั่งท่ามกลางความสว่างจ้า

เซเลสเทนขยับอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว เธอจัดวางเลนส์แก้วหลายชั้นซ้อนกันเพื่อควบคุมทิศทางของแสงที่พุ่งออกมาจากผลึกแกนกลาง แสงสีทองเข้มข้นพุ่งตรงไปยังหน้ากระดาษของมาสเตอร์เอเดรียน แรงสั่นสะเทือนบางอย่างเริ่มเกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่เป็นความรู้สึกเหมือนโลกกำลังถูกดึงให้ยืดออก

ทันใดนั้น หน้ากระดาษที่เคยแบนราบก็เริ่มม้วนตัวขึ้นมาในอากาศ มันไม่ได้พับตามแรงลม แต่ขยายตัวออกเป็นสามมิติ เส้นหมึกที่เคยเป็นเพียงรอยเปื้อนกลับกลายเป็นเส้นทางแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ มันคือแผนที่ที่แสดงเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจุดต่างๆ ในเอลเดอร์เมียร์ และจุดที่น่าตกใจที่สุดคือ เส้นทางเหล่านั้นไม่ได้นำไปสู่เมืองอื่น แต่พุ่งตรงไปสู่ช่องว่างที่ว่างเปล่าระหว่างมิติ

"พระเจ้า..." เซเลสเทนกระซิบ "นั่นมันไม่ใช่แค่แผนที่ แต่มันคือประตู"

เอเลียสมองดูเส้นสายแสงเหล่านั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แผนที่นี้เปิดเผยเส้นทางสู่มิติที่ไม่มีใครเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอาลักษณ์แสง มันคือมิติที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รอยแยกของความจริง

ทันใดนั้น เสียงกระแทกประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของหน่วยตรวจตรา "เปิดประตู! เราได้รับรายงานเรื่องการใช้แสงต้องห้ามในห้องนี้!"

เอเลียสไม่ได้หันไปมองประตู เขาจ้องมองแผนที่แสงที่กำลังหมุนวนอยู่ตรงหน้า "เซเลสเทน เตรียมบันทึกพิกัดแรกไว้ เราจะไม่ยอมให้แผนที่นี้ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้ว่ากำลังเปิดประตูสู่สิ่งใด"

ก่อนที่ประตูจะถูกพังเข้ามา แผนที่มิติก็ขยายตัวออกจนคลุมทั้งห้อง แสงสว่างจากมิติใหม่พุ่งเข้าหาพวกเขาเหมือนคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง

--- เอเลียสและเซเลสเทนใช้เทคนิคแสงสะท้อนกาลเวลาเปิดเผยแผนที่มิติที่ซ่อนอยู่ในตำราของมาสเตอร์เอเดรียนได้สำเร็จ ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังค้นพบเส้นทางสู่มิติใหม่ หน่วยตรวจตราก็บุกเข้ามาถึงหน้าห้อง