← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 109ฟรี

ตอนที่ 109 — หน้ากระดาษที่สั่นไหวด้วยแรงจินตนาการ

“มันไม่ควรเป็นแบบนี้” เซเลสเทนพึมพำพลางขยับนิ้วไปมาเหนือผลึกแก้วที่ส่องแสงวูบวาบเหมือนหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ “ค่าความเข้มของแสงในบันทึกเล่มที่สองนี้มันแกว่งจนแทบจะหลุดออกจากระนาบมิติเดิม ถ้าเรายังฝืนดึงพลังงานออกมาโดยไม่มีตัวควบคุมที่นิ่งพอ ผลึกอาจจะแตกเป็นผงได้”

บรอนเวนขยับเท้าถอยหลังหนึ่งก้าว กลิ่นโอโซนจากการปลดปล่อยพลังงานเวทมนตร์เริ่มรุนแรงจนจมูกของเธอรู้สึกยิบๆ “แล้วเธอจะทำยังไง? จะรอให้ทหารราชสำนักพังประตูเข้ามา หรือจะรอให้พวกเขาสั่งให้เราส่งมอบหนังสือเล่มนี้ให้ราชสำนักเพื่อใช้ในงานเลี้ยงฉลองอำนาจของพวกเขา?”

เอเลียสถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจของเขาฟังดูเหนื่อยหน่ายอย่างถึงที่สุด เขาจัดปกเสื้อให้ตรงแม้ในสถานการณ์ที่วิกฤต “บรอนเวน เลิกประชดประชัน แล้วดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราแทน บันทึกเล่มนี้... มันไม่ใช่แค่กระดาษที่อาลักษณ์แสงคัดลอกขึ้นมา แต่มันมีบางอย่างที่ ‘ผิดกฎหมาย’ อยู่ข้างใน”

ตรงหน้าของพวกเขา บันทึกของแสงสะท้อนเล่มที่สองวางอยู่บนแท่นหิน ผลึกแก้วที่ใช้เชื่อมต่อกำลังส่งแสงสีฟ้าหม่นออกมา แต่มันไม่ใช่แสงที่สม่ำเสมอ มันกระเพื่อมเหมือนผิวน้ำที่ถูกขว้างด้วยก้อนหิน บรอนเวนจ้องมองลงไปในเนื้อกระดาษที่ดูเหมือนจะมีความลึกเป็นพิเศษ พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ข้างในนั้นซับซ้อนกว่าเล่มแรกที่เธอเคยสัมผัสอย่างสิ้นเชิง เล่มแรกเป็นเหมือนกระแสธารที่ไหลไปในทิศทางเดียว แต่เล่มนี้คือพายุหมุนที่พยายามจะกัดกินตัวเอง

“ฉันต้องทำมัน” บรอนเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เธอขยับเข้าไปใกล้แท่นหิน มือของเธอเอื้อมออกไปหาแสงที่กำลังสั่นไหว “ถ้าเราไม่สามารถปลดปล่อยพลังงานนี้ได้เพื่อยืนยันความจริงของมัน เราจะไม่มีทางพิสูจน์ได้เลยว่าสิ่งที่ราชสำนักพยายามบิดเบือนนั้นผิดพลาดตรงไหน”

“มันเสี่ยงเกินไปบรอนเวน!” เซเลสเทนทักขึ้นอย่างรวดเร็ว “ความถี่ของแสงมันไม่เสถียรเลย มันเหมือนกับว่ามันกำลังพยายามจะหา ‘ที่ยึดเหนี่ยว’ บางอย่างที่ไม่มีอยู่ในตำราเล่มไหนในเอลเดอร์เมียร์”

บรอนเวนไม่ฟัง เธอหลับตาลงแล้วจดจ่อไปที่เจตจำนงของเธอ เธอไม่ได้นึกถึงคำทำนายที่เลวร้าย หรือความวุ่นวายในอดีต แต่เธอพยายามนึกถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเป็นจริง’ เธอจินตนาการถึงความมั่นคงของรากไม้ที่หยั่งลึกลงในดิน ความเที่ยงตรงของเส้นขอบฟ้า และความจริงที่ว่าโลกควรจะเป็นอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่ตามที่ใครบางคนอยากให้เป็น

ทันใดนั้น แสงในบันทึกก็ตอบสนองอย่างรุนแรง!

มันไม่ใช่แค่การส่องสว่าง แต่มันคือการสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วของเธอเข้าสู่กระดูกสันหลัง พลังงานที่เคยหมุนวนอย่างไร้ทิศทางเริ่มรวมตัวกันเป็นจุดเดียว มันหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็นวงแหวนแสงที่คมกริบ บรอนเวนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากหน้ากระดาษ แต่มันไม่ใช่ความร้อนที่เผาไหม้ แต่มันคือความร้อนที่ให้ความรู้สึกเหมือนแสงแดดยามเช้าที่กระทบผิวหนัง

“ดูนั่น!” เซเลสเทนตะโกน พลางชี้ไปที่แผ่นกระดาษ “มันเริ่มเรียงตัวใหม่แล้ว! พลังงานจากเจตจำนงของเธอ... มันกำลังจัดระเบียบโครงสร้างโมเลกุลของแสงในบันทึก!”

“มันไม่ได้แค่จัดระเบียบ...” เอเลียสพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรก “มันกำลัง... สรรค์สร้าง”

ภาพสะท้อนในหน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนไป ภาพเดิมที่เคยเป็นเงาจางๆ ของเหตุการณ์ในอดีตเริ่มจางหายไปเหมือนหมอกที่ถูกลมพัดออก แทนที่ด้วยภาพที่ชัดเจนจนน่าตกใจ ภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ปรากฏขึ้นในหนังสือไม่ใช่ภาพเมืองที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการซุ่มซ่อนของอำนาจ แต่มันคือภาพเมืองที่รุ่งเรืองอย่างที่สุด ยอดโดมของ Castellane ส่องประกายระยิบระยับภายใต้ท้องฟ้าที่ใสสะอาด ถนนทุกสายเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความสุข และแสงจากผลึกแก้วในทุกมุมเมืองส่องสว่างอย่างสมดุล ไม่ได้ถูกกักขังไว้ในหอคอยของราชสำนัก

ภาพนั้นไม่ใช่แค่ภาพจำลอง แต่มันคือภาพของความเป็นไปได้ที่จับต้องได้ บรอนเวนเห็นรายละเอียดของความรุ่งเรืองนั้นชัดเจนจนเธอรู้สึกเหมือนได้กลิ่นขนมปังอบใหม่จากตลาดในเมืองผ่านทางแสงนั้น

“มันคืออนาคต...” บรอนเวนพึมพำออกมาเบาๆ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความหวังที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ “มันไม่ใช่แค่บันทึกประวัติศาสตร์ แต่มันคือพิมพ์เขียวของสิ่งที่เราสามารถเป็นได้”

“บรอนเวน! ฟังก่อน!” เอเลียสตะโกนขัดขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารในชุดเกราะดังกระทบพื้นหินมาจากโถงทางเดินด้านนอก “พวกเขากำลังมาแล้ว! เราต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้!”

เสียงโลหะกระทบกันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แสงสว่างจากประตูบานใหญ่ที่ถูกกระแทกเริ่มลอดผ่านช่องว่างเข้ามา บรอนเวนจ้องมองภาพเมืองที่รุ่งเรืองในหน้ากระดาษเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับความจริงที่กำลังจะมาถึง เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนเมื่อครู่ แต่เธอกลับรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในมือ

“ฉันจะสร้างมันขึ้นมาจริงๆ” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะที่บานประตูถูกกระแทกจนเปิดออก เผยให้เห็นเงาของทหารราชสำนักที่ดาบในมือสะท้อนแสงวาววับ “ฉันจะทำให้มันเป็นจริง ไม่ใช่แค่ในหน้ากระดาษ”

แสงจากบันทึกเล่มที่สองระเบิดออกเป็นวงกว้าง ปกคลุมห้องทำงานทั้งห้องจนกลายเป็นสีขาวโพลน พร้อมกับเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝักดังสนั่นหวั่นไหว

--- บรอนเวนพยายามดึงพลังงานจากบันทึกเล่มที่สองโดยใช้เจตจำนงถึงความเป็นจริง จนสามารถเปลี่ยนภาพในบันทึกให้กลายเป็นภาพเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่รุ่งเรืองในอนาคตได้สำเร็จ ท่ามกลางการบุกเข้ามาของทหารราชสำนัก