← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 80ฟรี

ตอนที่ 80 — รอยเปื้อนที่เต้นระบำบนแผ่นหลัง

กลิ่นไหม้ของน้ำมันตะเกียงผสมกับกลิ่นคาวจางๆ ของหมึกเวทมนตร์ที่รั่วไหลอบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นชื้น เซราฟิน่าขยับตัวบนเตียงหินอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแสบร้อนเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงลงไปที่ผิวหนังบริเวณแผ่นหลังทำให้เธอต้องกัดฟันกรอดจนกรามสั่น

“อยู่นิ่งๆ เซราฟิน่า ถ้าเธอขยับอีกนิด ฉันจะทำเส้นนี้เบี้ยว และถ้าเส้นนี้เบี้ยว เธอจะจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง” เสียงของอคิราห์ดังขึ้นข้างหู เขาพยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่มือที่ถือเข็มจารึกทองเหลืองกลับสั่นเทาเล็กน้อย

“ก็ลองดูสิ ถ้าฉันลืมชื่อตัวเองไปแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงบ่นของนายอีก” เซราฟิน่าเค้นเสียงตอบผ่านไรฟัน เธอไม่ได้ขยับตามที่เขาบอก แต่นั่นเป็นเพราะความเจ็บปวดมันบีบคั้นจนร่างกายไม่ยอมทำตามคำสั่งต่างหาก

อคิราห์ไม่ตอบ เขาใช้แสงจากตะเกียงส่องลงไปที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ อักขระที่เคยเรียงตัวกันเป็นระเบียบราวกับเส้นขอบฟ้า บัดนี้กำลังทำลายตัวเองลงต่อหน้าต่อตา รอยเส้นสีดำที่เคยคมชัดกำลังกลายเป็นจุดเปื้อนพร่ามัว ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนกระดาษเปียก

“มันเร็วเกินไป...” อคิราห์พึมพำ มือของเขาเอื้อมไปหยิบขวดน้ำยาคงสภาพอักขระขึ้นมา “ปกติโรคหมึกละลายจะค่อยๆ จางหายไปทีละส่วน แต่นี่มันเหมือน... เหมือนมันกำลังถูกกัดกินจากข้างใน”

“แกก็รู้ว่าสภาทำอะไรกับคนที่เป็นแบบนี้” เซราฟิน่าแค่นหัวเราะ แม้เหงื่อจะไหลซึมตามขมับ “พวกเขาจะประกาศว่ามันคือโรคระบาด แล้วก็ส่งหน่วยเผาทำลายมาลากฉันไปขึ้นกองไฟเพื่อ ‘รักษาความบริสุทธิ์’ ของอักขระศักดิ์สิทธิ์”

“ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น” อคิราห์กดปลายเข็มลงบนรอยต่อของเส้นอักขระที่กำลังจะขาดสะบั้น “ฉันต้องหาทางเชื่อมมันไว้ก่อนที่ความทรงจำส่วนสุดท้ายของเธอจะหลุดลอยไป”

“ความทรงจำไหนล่ะ?” เซราฟิน่าถามสวนขึ้นมาทันควัน “ความทรงจำตอนที่ฉันหนีออกจากเขตสภา? หรือความทรงจำตอนที่ฉันเห็นพวกนายถูกไล่ล่า? ถ้ามันจางไปหมด ฉันก็แค่ร่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว อคิราห์... นายกำลังพยายามช่วยซากศพที่ยังหายใจอยู่หรือเปล่า?”

อคิราห์ชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือขูดผิวหนังอย่างระมัดระวังเพื่อเปิดทางให้หมึกใหม่ซึมเข้าไปได้ เขาพยายามจารึกเส้นตรงเพื่อประคองอักขระดวงดาวที่กำลังจะหายไป แต่มันกลับล้มเหลว

“บ้าเอ๊ย!” เขาอุทานเมื่อหมึกที่เพิ่งลงไปกลับไหลซึมออกไปตามรอยแตกของผิวหนังเหมือนน้ำบนใบบัว “มันไม่รับหมึก! เซราฟิน่า ผิวหนังของเธอไม่ยอมรับหมึกเวทมนตร์มาตรฐานแล้ว!”

เซราฟิน่าหายใจหอบถี่ ความเจ็บปวดเริ่มเปลี่ยนจากความแสบร้อนเป็นความรู้สึกวูบโหวงในหัว เหมือนมีบางอย่างที่สำคัญมากๆ กำลังถูกดึงออกจากจิตวิญญาณ “อคิราห์... ฉัน... ฉันจำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว...”

คำพูดนั้นทำให้อคิราห์ตัวแข็งทื่อ เขาเร่งมือขูดและจารึกอย่างบ้าคลั่ง แต่ยิ่งเขาพยายามอุดรอยรั่ว รอยเปื้อนนั้นก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้น เขารู้ดีว่าหากอักขระหลักหายไป เธอจะกลายเป็นเพียง 'ภาชนะว่างเปล่า' ตามที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์มักจะใช้เรียกผู้สูญเสียความทรงจำ

ในจังหวะที่เขากำลังจะถอดใจ เซราฟิน่ากลับนิ่งเงียบไป ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เพราะเธอเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่แปลกประหลาด

เธอนิ่งค้าง พยายามรวบรวมสมาธิที่เหลืออยู่จ้องมองเข้าไปในความมืดมิดของรอยเปื้อนบนหลังตนเองผ่านเงาสะท้อนในอ่างน้ำข้างเตียง รอยหมึกที่ดูเหมือนจะสลายไปอย่างไร้ทิศทางนั้น... มันไม่ได้สลายไปจริงๆ

“อคิราห์... หยุดก่อน” เธอสั่ง เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นความเข้มข้นที่ผิดปกติ

“ฉันหยุดไม่ได้! ถ้าฉันหยุดตอนนี้ เส้นเชื่อมระหว่างอักขระนิรันดร์กับอักขระดวงดาวจะขาดออกจากกัน!”

“ฉันบอกให้หยุด!” เซราฟิน่าตะคอก เธอพลิกตัวกลับมาอย่างแรงจนความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั้งร่าง “ดูนี่! ดูสิ่งที่มันกำลังทำ!”

อคิราห์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยอมวางเข็มลงแล้วโน้มตัวลงไปดูใกล้ๆ แสงตะเกียงวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง แสงที่สั่นคลอนนั้นทำให้รอยเปื้อนบนผิวหนังของเซราฟิน่าดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้

“มันไม่ใช่การสลายตัวแบบสุ่ม...” เซราฟิน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นที่ปนไปกับความหวาดกลัว “มันกำลัง... เต้นรำ”

อคิราห์หรี่ตามอง เขาเริ่มสังเกตเห็นตามที่เธอพูด รอยหมึกที่ควรจะจางหายไปเป็นหยดน้ำเหลวๆ กลับมีการเคลื่อนที่อย่างมีระเบียบ มันไม่ได้ไหลตามแรงโน้มถ่วง แต่มันกำลังหมุนวนเป็นวงกลมเล็กๆ แล้วพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของอักขระตัวหนึ่งอย่างเป็นจังหวะ

ตึก... ตึก... ตึก...

จังหวะการเคลื่อนที่ของหมึกสอดคล้องกับการเต้นของหัวใจเธออย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่หัวใจเธอเต้น รอยเปื้อนจะขยายตัวและหดตัวลงเป็นลวดลายใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม มันไม่ใช่ลายเส้นที่มนุษย์จารึก แต่มันคือลายเส้นที่กำลัง 'ก่อตัวขึ้นใหม่' จากความว่างเปล่า

“มันไม่ใช่โรคหมึกละลาย...” อคิราห์พึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นรูปแบบที่ปรากฏขึ้น “มันคือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ (Transmutation) อักขระพวกนี้ไม่ได้กำลังหายไป แต่มันกำลังแปลงร่างเป็นอะไรบางอย่างที่สูงส่งกว่า

“มันเหมือนกับ... คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน” เซราฟิน่าพูดพลางหอบ “อักขระที่จะปลดพันธนาการ... มันกำลังจะเกิดขึ้นบนตัวฉันใช่ไหม?”

ทันใดนั้นเอง รอยเปื้อนที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายก็เริ่มเข้มข้นขึ้น แสงสีเงินจางๆ เริ่มเรืองรองออกมาจากใต้รอยหมึกดำสนิทนั้น อคิราห์เห็นเงาของการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้นภายในรอยที่เลือนหายไป มันไม่ใช่แค่เส้นหมึก แต่มันดูเหมือน 'สิ่งมีชีวิต' ขนาดจิ๋วที่กำลังถักทอโครงสร้างบางอย่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เขาสังเกตเห็นเงาของบางสิ่งที่คล้ายกับปีกขนาดเล็กที่กางออกและหุบลงภายในรอยเปื้อนนั้น มันเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกับความทรงจำที่เธอกำลังจะเสียไป ราวกับว่าความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังถูกเปลี่ยนสถานะจากข้อมูลในสมอง ให้กลายเป็นพลังงานในรูปแบบอักขระใหม่

“อคิราห์...” เซราฟิน่าเรียกชื่อเขา เสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ขณะที่เธอมองเห็นเงาในรอยเปื้อนนั้นชัดขึ้น “ฉันเห็นมัน... ฉันเห็นเส้นทางที่มันกำลังวาดอยู่...”

ก่อนที่เธอจะพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่ดุดัน

“เปิดประตู! เราได้รับรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อระดับสูงในห้องนี้!”

อคิราห์รีบคว้าเข็มจารึกและตะเกียง เขามองไปที่แผ่นหลังของเซราฟิน่าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเห็นรอยหมึกนั้นขยับวูบหนึ่ง ราวกับมันกำลังตอบรับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา

“เตรียมตัวให้ดี เซราฟิน่า” อคิราห์กระซิบพลางหยิบมีดสั้นขึ้นมา “เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนตัวเธอ... มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริง”

เงาสีดำขนาดใหญ่พาดผ่านช่องประตูที่กำลังจะถูกพังเข้ามา พร้อมกับแสงสีเงินที่เริ่มสว่างวาบขึ้นจากแผ่นหลังของหญิงสาว

--- เซราฟิน่าพยายามรักษาอักขระบนหลังที่กำลังเลือนหาย แต่เธอและอคิราห์กลับพบว่ามันไม่ใช่การสลายตัวจากโรคหมึกละลาย แต่เป็นการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเพื่อแปลงสภาพเป็นอักขระรูปแบบใหม่ตามคำทำนาย ก่อนที่ทหารสภาจะบุกเข้ามา