ตอนที่ 43 — ดวงตาในรอยแยกและพันธสัญญาแห่งความโกลาหล
เสียงปริแตกของมิติไม่ได้เป็นเพียงเสียงที่หูได้ยิน แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่กระแทกเข้าสู่ไขสันหลังของอคิราห์ ราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ด้วยกรรไกรที่มองไม่เห็น วิหารแสงและเงาที่เคยดูสงบนิ่งบัดนี้บิดเบี้ยวไปมาเหมือนภาพสะท้อนในผิวน้ำที่ถูกก้อนหินยักษ์ทุ่มลงใส่ อักขระโบราณขนาดยักษ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากใต้แท่นหินนั้นไม่ได้ดูเหมือนตัวอักษร แต่มันดูเหมือนอวัยวะของสิ่งมีชีวิตที่ทำจากความมืดมิด มันขยับเขยื้อน เลื้อยคลาน และพยายามจะ 'สลัก' ความว่างเปล่าลงบนความจริงที่เขายืนอยู่
“มันกำลังจะทำ... มันกำลังจะกลืนกินความจริงเพื่อสร้างความจริงของมันเอง!” ชายชุดเทาตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของมิติ ร่างของเขาเริ่มเลือนรางไปกับแสงสีเทาที่กำลังจางหาย “อคิราห์! เจ้าต้องเลือก! จะยอมเป็นเพียงปากกาที่มันใช้เขียนโลกใหม่ หรือจะใช้พลังมรกตที่เจ้ามีขัดขืนเพื่อรักษาเศษเสี้ยวของโลกเดิมไว้!”
อคิราห์ไม่ตอบ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะขบคิดด้วยเหตุผล ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากรอยอักขระมรกตบนผิวหนังที่เริ่มถูกหมึกดำกัดกิน มันไม่ใช่แค่ความเจ็บทางกาย แต่มันคือการที่ตัวตนของเขาถูก 'ลบ' ออกไปทีละนิด เขารู้สึกเหมือนความทรงจำเกี่ยวกับชื่อตนเอง กลิ่นของดินหลังฝนตก หรือแม้แต่ใบหน้าของเพื่อนพ้อง กำลังถูกดึงออกไปจากจิตวิญญาณเพื่อใช้เป็นเชื้อไฟให้กับอักขระยักษ์นั่น
“ไม่...” อคิราห์กัดฟันจนเลือดซึมที่ริมฝีปาก “ข้าจะไม่ใช่แค่เครื่องมือของใครทั้งนั้น!”
เขารวบรวมพลังมรกตที่เหลืออยู่ทั้งหมด พลังที่ดูเหมือนจะริบหรี่ดั่งแสงเทียนท่ามกลางพายุคลั่ง เขาไม่ได้พยายามจะ 'หยุด' การเคลื่อนไหวของอักขระโบราณ เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เขาจะ 'แทรกแซง' มัน เขาขยับมือที่สั่นเทา วาดวงแหวนอักขระมรกตขึ้นกลางอากาศ พลังสีเขียวเข้มพุ่งทะยานออกไปปะทะกับมวลหมึกดำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่าง
เปรี้ยง!
แรงปะทะส่งร่างของเขาปลิวไปกระแทกกับเสาหินที่สลายตัวอยู่ ความร้อนแรงของพลังมรกตปะทะกับความเย็นเยียบของหมึกดำจนเกิดระเบิดของแสงสีเขียวและดำที่สลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง อคิราห์พยายามประคองสติ เขาใช้ทุกหยดหยาดของเจตจำนงจารึกอักขระ 'ต้านทาน' ลงไปในช่องว่างระหว่างมิติ เขาไม่ได้สร้างกำแพง แต่เขากำลังสร้าง 'ความขรุขระ' ในเส้นทางที่อักขระโบราณจะไหลผ่าน เพื่อไม่ให้มันสามารถสลักตัวเองลงไปได้อย่างสมบูรณ์
ในขณะที่เขากำลังต่อสู้กับแรงกดดันมหาศาลนั้นเอง รอยแยกมิติที่กำลังปริแตกอยู่เบื้องหน้าอักขระยักษ์ก็เกิดการบิดตัวอย่างรุนแรง แสงสว่างสีเงินประหลาดวาบขึ้นจากภายในรอยแยกนั้น มันไม่ใช่แสงของมรกต และไม่ใช่ความมืดของหมึกดำ แต่มันคือแสงที่ดูเหมือนจะมาจาก 'ที่อื่น' ที่ไกลออกไปเกินกว่าความทรงจำใดๆ จะเอื้อมถึง
ทันใดนั้น อคิราห์ก็รู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในจุดเล็กๆ ของรอยแยกนั้น สายตาของเขาไม่ได้มองเห็นเพียงความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เขาเห็น 'ดวงตา'...
มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ ไม่ใช่ดวงตาของเทพเจ้า แต่มันคือดวงตาที่ประกอบขึ้นจากอักขระนับล้านตัวที่หมุนวนเป็นวงกลม ดวงตานั้นไม่มีรูม่านตา แต่มีร่องรอยของความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะพรรณนาได้ มันจ้องมองมาที่เขา—ไม่ใช่ด้วยความโกรธแค้น หรือความเมตตา แต่ด้วยความ 'สงสัย' ราวกับว่าเขาก็เป็นเพียงตัวอักษรตัวหนึ่งที่จู่ๆ ก็ขยับเขยื้อนได้เองในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า
“เจ้า...” เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่เสียงที่ผ่านหู แต่เป็นเสียงที่สลักลงในจิตใต้สำนึกโดยตรง “เจ้าคือผู้ที่พยายามจะเขียนในนามของสิ่งที่ไม่มีชื่อ...”
ภาพที่เขาเห็นผ่านดวงตานั้นทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงัก เขาเห็นจุดกำเนิดของอักขระทั้งหมด เห็นโลกที่ยังไม่มีชื่อ เห็นความว่างเปล่าที่รอการถูกจารึก และเห็น 'ความผิดพลาด' ครั้งแรกที่ทำให้เกิดโรคหมึกละลาย... มันไม่ใช่โรค แต่มันคือการที่อักขระพยายามจะ 'แก้ไข' ตัวเองเพื่อลบความผิดพลาดที่มนุษย์ได้ทำไว้ในการกักขังพวกมัน
“อคิราห์! ตั้งสติ!” เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแรงกระชากที่ทำให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง วิหารกำลังพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ อักขระยักษ์เริ่มสลักตัวเองลงบนพื้นวิหารจนเกิดเสียงกรีดร้องของหินที่ถูกบดขยี้
เขามองเห็นความจริงบางอย่างผ่านดวงตาปริศนานั้น... ความจริงที่ว่าอักขระโบราณไม่ได้ต้องการทำลายโลก แต่พวกมันต้องการ 'ล้างกระดาน' เพื่อเริ่มการเขียนใหม่ที่ปราศจากความบิดเบี้ยวของมนุษย์ และเขา... เขาก็คือหมึกสีมรกตที่ถูกเติมลงไปเพื่อเปลี่ยนทิศทางของปลายปากกานั้น
“ถ้าข้าต้องเป็นผู้เขียน...” อคิราห์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความแน่วแน่ที่น่าสยดสยอง “ข้าก็จะเขียนเรื่องราวที่พวกเจ้าคาดไม่ถึง!”
เขากระโจนเข้าหาอักขระยักษ์ที่กำลังสลักตัวลงบนพื้น ไม่ใช่เพื่อทำลายมัน แต่เพื่อใช้พลังมรกตทั้งหมดที่มี 'แทรก' เข้าไปในรอยจารึกนั้น เปลี่ยนแปลงความหมายของมันจาก 'การทำลาย' ให้กลายเป็น 'การเปลี่ยนผ่าน' ท่ามกลางเศษซากวิหารที่กำลังถล่มลงมาและเสียงคำรามของมิติที่กำลังแตกสลาย อคิราห์พุ่งเข้าสู่ใจกลางของความโกลาหลนั้นโดยไม่ลังเลอีกต่อไป
--- อคิราห์เผชิญหน้ากับการสลักตัวของอักขระโบราณยักษ์ในวิหารที่กำลังพังทลาย และได้เห็นดวงตาปริศนาผ่านรอยแยกมิติที่เผยความจริงว่าอักขระต้องการล้างกระดานโลกเพื่อเริ่มการเขียนใหม่ เขาจึงตัดสินใจใช้พลังมรกตแทรกแซงรอยจารึกเพื่อเปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์