← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 33ฟรี

ตอนที่ 33 — เงาร้ายในนครผลึกและการประกาศตนของภัยพิบัติ

เสียงระฆังแก้วของนครอารคานาดังกังวานไปทั่วชั้นบรรยากาศ แต่มันไม่ใช่เสียงแห่งการเฉลิมฉลอง ทว่าเป็นเสียงเตือนภัยที่สั่นประสาทจากการสั่นสะเทือนของรากฐานเมืองลอยฟ้า อคิราห์ยืนอยู่บนยอดสูงสุดของหอคอยจารึก ร่างกายของเขาอาบไปด้วยแสงสีมรกตที่ยังคงหลงเหลือจากการหลอมรวมพลังครั้งมหาศาล ลมแรงพัดผ่านตัวเขาหอบเอาละอองหมึกดำที่บ้าคลั่งและเศษผลึกความทรงจำที่แตกละเอียดปลิวว่อนไปในอากาศ ท้องฟ้าเหนืออารคานาที่เคยเป็นสีครามใสสะอาด บัดนี้กลับถูกฉาบด้วยริ้วสีดำคล้ำที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับสิ่งมีชีวิต

อคิราห์หอบหายใจหนักหน่วง ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้พลังอักขระมรกตจารึกความจริงใหม่ลงบนผืนฟ้ายังคงกัดกินเรี่ยวแรงของเขา แต่สิ่งที่หนักหนากว่าคือสายตาหลายพันคู่ที่กำลังจ้องมองลงมาจากระเบียงเมืองและตามท้องถนนเบื้องล่าง สายตาเหล่านั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความขอบคุณต่อผู้ที่ช่วยยึดเหนี่ยวเมืองไว้จากการร่วงหล่น แต่มันคือความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง

“นั่นคือมัน...” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนในโสตประสาทของเขาดังมาจากกลุ่มชาวเมืองที่มารวมตัวกันที่ลานกว้างเบื้องล่าง “ผู้ที่ทำลายระเบียบแห่งผลึก... ผู้ที่นำพาหมึกแห่งความโกลาหลมาสู่เรา”

อคิราห์ก้มลงมองมือของตนเอง รอยจารึกมรกตบนผิวหนังของเขายังคงเรืองแสงอย่างดุดัน แต่มันดูแปลกแยกจากความงามที่สะอาดสะอ้านของผลึกแก้วในนครอารคานาอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้เป็นเพียง 'ผู้ชำระหมึก' อีกต่อไป แต่ในสายตาของผู้อาศัยที่นี่ เขาคือ 'ภัยพิบัติ' ที่มาพร้อมกับความทรงจำที่ควบคุมไม่ได้

เซราฟิน่าก้าวเข้ามาหาเขาฝ่ากลุ่มหมอกควันสีดำที่ยังคงลอยอ้อยอิ่ง ใบหน้าของเธอซีดเผือดและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการปะทะ “อคิราห์... พวกเขาไม่เข้าใจ เราทำเพื่อไม่ให้เมืองนี้ร่วงหล่น แต่พวกเขาเห็นแค่ความวุ่นวายที่เราสร้างขึ้น”

“ฉันรู้” อคิราห์ตอบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “ความจริงที่ไม่ได้ถูกจัดระเบียบ มันน่ากลัวสำหรับคนที่คุ้นชินกับกรงขังที่สวยงามเสมอ”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะดังขึ้นจากทิศทางของวิหารกลาง เหล่าผู้ปกครองนครอารคานาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยอักขระทองคำก้าวออกมา นำโดยสภาผู้คุมผลึก ร่างของพวกเขาดูสงบนิ่งราวกับรูปสลัก แต่ดวงตาที่จ้องมองมายังอคิราห์นั้นกลับเย็นเยียบและไร้ซึ่งความเมตตา

“ผู้บุกรุกจากโลกเบื้องล่าง” หนึ่งในผู้ปกครองก้าวออกมาข้างหน้า คทาในมือของเขาส่งคลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนออกมาเพื่อข่มขวัญ “เจ้าทำลายสมดุลที่บรรพบุรุษสร้างไว้ เจ้าใช้พลังที่ผิดธรรมชาติเพื่อแทรกแซงความทรงจำที่ควรจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้เจ้าได้กลายเป็นมลทินที่ต้องถูกกำจัดเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของอารคานา!”

อคิราห์ไม่ได้ถอยหนี เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศรอบตัว—มันไม่ใช่แค่พลังจากผู้ปกครอง แต่เป็นบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดระหว่างรอยแยกของมิติที่เขาสร้างขึ้นเมื่อครู่

ขณะที่เหล่าผู้ปกครองเริ่มร่ายอักขระสั่งการเพื่อเข้าจับกุม อคิราห์กลับรู้สึกถึงความผิดปกติที่ต้นคอ ความเย็นวาบที่คุ้นเคยคล้ายกับตอนที่เขาพบรอยแยกครั้งแรกเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า แต่มันคือ 'ดวงตา'

ท่ามกลางความโกลาหลระหว่างชาวเมืองที่หวาดกลัวและผู้ปกครองที่พยายามกู้คืนระเบียบ อคิราห์เหลือบไปเห็นเงาสีดำที่ขยับเขยื้อนอยู่ตามซอกหลืบของวิหารผลึก มันไม่ใช่หมึกดำที่บ้าคลั่งจากการระเบิดของความทรงจำ แต่มันเป็นเงาที่มีรูปทรงชัดเจนและมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนกำลัง 'เฝ้าดู' การปะทะกันนี้อยู่

“ระวัง!” เซราฟิน่าตะโกนเตือน เมื่อเห็นว่าอักขระสีฟ้าของผู้ปกครองเริ่มพุ่งเข้าหาอคิราห์

อคิราห์ยกมือขึ้น พลังมรกตที่ยังหลงเหลืออยู่ตอบสนองต่อสัญชาตญาณการป้องกันตัว เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อโจมตี แต่เขาใช้มันเพื่อจารึก 'โล่แห่งความจริง' ลงบนอากาศรอบตัว แสงสีเขียวมรกตปะทะกับแสงสีฟ้าจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้องไปทั่วชั้นบรรยากาศของนครลอยฟ้า

แต่ในวินาทีที่แสงทั้งสองปะทะกัน อคิราห์ก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เงาลึกลับที่เขาเห็นเมื่อครู่ได้ขยายตัวออก และมันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันกำลังแทรกซึมออกมาจากรอยแยกของมิติที่เขายึดเหนี่ยวเมืองไว้

เงาเหล่านั้นไม่ได้ต้องการทำลายเมือง แต่พวกมันกำลัง 'กลืนกิน' พลังงานที่กำลังปะทะกันอยู่ อคิราห์ตระหนักได้ในทันทีว่าการที่เขาพยายามสร้างสมดุลระหว่างหมึกดำและผลึกความทรงจำนั้น ได้เปิดประตูให้สิ่งที่เก่าแก่และมืดบอดกว่านั้นเข้ามาในโลกนี้

“มันไม่ได้จบแค่ที่นี่...” อคิราห์พึมพำขณะที่เขารู้สึกว่าพลังมรกตในตัวเริ่มถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็วโดยสิ่งที่มองไม่เห็น “เราไม่ได้แค่เปลี่ยนกฎของโลก แต่เราเพิ่งจะปลุกสิ่งที่โลกพยายามจะลืม...”

ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอของชาวเมืองและการร่ายเวทของสภา อคิราห์จ้องมองไปยังความมืดมิดที่กำลังขยายตัวขึ้นจากรอยแยกเบื้องหลังผู้ปกครองนคร เขาเห็นดวงตานับพันดวงที่จ้องมองมาจากเงามืด—ดวงตาที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของมนุษย์ และไม่ได้อยู่ในอักขระใดๆ ที่เขาเคยรู้จัก

--- อคิราห์กลายเป็นภัยพิบัติในสายตาชาวเมืองอารคานาหลังจากการช่วยเมืองไว้ แต่ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับผู้ปกครองนคร เขากลับพบว่าการกระทำของเขาได้เปิดประตูให้เงาลึกลับที่เก่าแก่กว่าความทรงจำทั้งปวงเริ่มแทรกซึมเข้ามา