← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 21ฟรี

ตอนที่ 21 — รอยร้าวบนแผ่นหินบรรพกาล

กลิ่นไหม้ของหมึกเวทมนตร์ที่ถูกเร่งปฏิกิริยาจนล้นทะลักยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ อคิราห์พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นระรัวของตนเอง ขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนพื้นผิวขรุขระของคัมภีร์หินโบราณที่วางตระหง่านอยู่กลางแท่นหินกลางห้องโถงใต้ดิน แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันหมึกสะท้อนให้เห็นรอยแยกขนาดเล็กที่เริ่มลามไปตามขอบอักขระจารึกที่ดูราวกับมีชีวิต

“นายแน่ใจนะว่าทำได้?” เสียงของเซราฟิน่าดังขึ้นจากด้านหลัง เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ แต่กระชับดาบสั้นที่ข้างเอวแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูหินที่กำลังถูกแรงกระแทกจากภายนอกซัดเข้าใส่ “หน่วยรักษาอักขระไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกนั้นจะมาเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้าคัมภีร์นี่ไม่ตอบสนองภายในห้านาที เราต้องทิ้งมันแล้วหนี”

อคิราห์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับนิ้วไปตามแนวเส้นโค้งของอักขระที่สลักลึกลงในเนื้อหิน เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ส่งผ่านมาจากใจกลางแผ่นหิน มันไม่ใช่แรงสั่นจากการกระแทก แต่เป็นจังหวะที่คล้ายกับชีพจรที่เต้นผิดจังหวะ “มันไม่ได้เงียบไป เซราฟิน่า... มันแค่กำลังตะโกนจนฉันไม่ได้ยินเสียงอื่น”

เมื่อเขาเริ่มร่ายอักขระเชื่อมต่อ จิตของอคิราห์ก็ถูกกระชากลงสู่ห้วงลึกทันที ภาพแรกที่เขาสัมผัสไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นพายุของภาพเหตุการณ์ที่ทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก เขาเห็นเมืองที่สร้างจากหินสีขาวถูกลบเลือนด้วยน้ำหมึกสีดำ เห็นใบหน้าของผู้คนที่ร้องไห้ขณะที่อักขระบนแขนของพวกเขาค่อยๆ เลือนหายไปกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนจางๆ และที่ร้ายแรงกว่านั้น คือเสียงของคนนับพันที่กรีดร้องผ่านความทรงจำที่ถูกกักขังไว้ในชั้นหิน

“อึก!” อคิราห์ทรุดตัวลงกับพื้น มือทั้งสองข้างยังคงแตะอยู่ที่แผ่นหิน เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผม เขารู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกบีบด้วยคีมเหล็ก ข้อมูลมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในหัวโดยไม่มีตัวกรอง ความทรงจำของนักจารึกเมื่อพันปีก่อน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียความทรงจำเพราะหมึกละลาย และความโหยหาในอิสรภาพ ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน

“อคิราห์! ตั้งสติไว้!” ไมโลตะโกนเรียก เสียงของเด็กหนุ่มฟังดูไกลห่างราวกับอยู่คนละโลก “นายกำลังจะถูกมันกลืนกิน! ถอยออกมา!”

แต่อคิราห์ถอยไม่ได้ เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างท่ามกลางความโกลาหลนั้น อักขระที่ควรจะหยุดนิ่งและมั่นคงตามกฎของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ กลับกำลังขยับเขยื้อน มันไม่ได้กำลังจางหายไปเหมือนโรคหมึกละลาย แต่มันกำลัง ‘เคลื่อนที่’ เส้นสายที่เคยแข็งทื่อกำลังบิดตัวและถักทอเข้าหากันใหม่ในรูปแบบที่เขาไม่เคยเห็นในตำราเล่มไหน

มันคือการวิวัฒนาการ อคิราห์ตระหนักได้ในวินาทีนั้น อักขระโบราณเหล่านี้ไม่ได้ต้องการการรักษาเพื่อคงสภาพเดิม แต่มันต้องการการปลดปล่อย พวกมันกำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองจาก ‘เครื่องจองจำความทรงจำ’ ให้กลายเป็น ‘กระแสไหลเวียน’ ที่เป็นอิสระ

“มันไม่ได้พัง...” อคิราห์พึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือขณะที่ดวงตาจ้องมองลวดลายที่กำลังเปลี่ยนรูป “มันกำลังเปลี่ยน... มันกำลังจะปล่อยให้ความทรงจำไหลกลับคืนสู่เจ้าของ”

“หมายความว่ายังไง?” เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความระแวง “ถ้าความทรงจำหลุดออกมาโดยไม่ผ่านการควบคุมของสภา จะเกิดอะไรขึ้น? ทุกคนจะกลายเป็นคนบ้าหรือไง?”

“ไม่ใช่คนบ้า” อคิราห์ตอบ พลางพยายามประคองสติที่กำลังจะหลุดลอย “แต่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์... มนุษย์ที่มีอดีตเป็นของตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเขียนขึ้นโดยหมึกของสภา”

ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นจากประตูทางเข้าห้องโถง แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงหล่นจากเพดาน ผู้นำหน่วยรักษาอักขระมาถึงแล้ว และเขาน่าจะอยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่กี่เมตร อคิราห์รู้สึกถึงแรงกดดันของพลังเวทมนตร์ที่รุนแรงและเย็นเยียบซึ่งกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่

ในจังหวะเดียวกับที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารหน่วยรักษาอักขระดังใกล้เข้ามา คัมภีร์หินโบราณก็ส่งเสียงลั่น ‘เปรี๊ยะ!’ ดังสนั่น รอยร้าวสีทองเรืองแสงเริ่มปรากฏขึ้นจากใจกลางแผ่นหิน มันไม่ได้แตกสลายเหมือนหินที่ถูกทุบ แต่รอยร้าวเหล่านั้นลากยาวไปตามเส้นสายของอักขระที่กำลังวิวัฒนาการ แผ่นหินหนาทึบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนพื้นห้องโถงสั่นไหวตาม

“อคิราห์! หนีเร็ว!” ไมโลตะโกนขณะพยายามดึงแขนเขาไว้

แต่อคิราห์มองเห็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น รอยร้าวที่ลามไปทั่วแผ่นหินกำลังปล่อยละอองหมึกสีเงินจางๆ ออกมา—สีเดียวกับที่ถูกกล่าวถึงใน ‘คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน’ ว่าจะมาถึงเพื่อปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต หากเขาปล่อยมือตอนนี้ คัมภีร์นี้อาจระเบิดออกและทำลายทุกอย่างในรัศมี แต่ถ้าเขาฝืนควบคุมมันต่อไป เขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจของสภาด้วยการกระทำที่ถือเป็นกบฏต่อโลกทั้งใบ

เสียงประตูเหล็กถูกพังเข้ามา พร้อมกับแสงสว่างวาบจากอักขระสังหารของหน่วยรักษาอักขระที่พุ่งเข้ามาในห้อง อคิราห์มองดูรอยร้าวที่ขยายใหญ่ขึ้นบนคัมภีร์หินตรงหน้า มือของเขาสั่นเทาแต่เขากลับกระชับความตั้งใจไว้แน่น

เขามีทางเลือกเพียงสองทาง: ปล่อยให้ความทรงจำล่มสลายไปพร้อมกับรอยร้าว หรือยอมรับภาระในการเป็นผู้จุดชนวนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันหวนกลับ

--- อคิราห์พยายามสื่อสารกับคัมภีร์หินโบราณจนเกือบถูกความทรงจำนับพันปีกลืนกิน แต่เขากลับพบว่าอักขระกำลังวิวัฒนาการเพื่อปลดปล่อยความทรงจำให้เป็นอิสระ ทว่าในขณะที่หน่วยรักษาอักขระบุกเข้ามา คัมภีร์ก็เกิดรอยร้าวและสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเขาต้องตัดสินใจว่าจะเผชิญหน้ากับมันอย่างไร