← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 143ฟรี

ตอนที่ 143 — การปะทุของภาพทรงจำ

ลมเย็นเฉียบในยามค่ำคืนของที่ราบสูงคีรีครามพัดพาเอาความชื้นจากม่านหมอกหนาทึบมาปะทะใบหน้าของอคิราห์ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้ดาว ชะเง้อคอเพื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง เสียงกระซิบแผ่วเบาของอักขระที่แปรเปลี่ยนดังมาจากทุกทิศทาง ราวกับเสียงคร่ำครวญของอารยธรรมที่กำลังจะสิ้นสุดลง หรืออาจเป็นการถือกำเนิดใหม่ของสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน.

"เธอแน่ใจหรือว่านี่คือหนทางที่ถูกต้อง?" เสียงห้วนสั้นของเซราฟิน่าดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันไปมองแผ่นหลังที่เคยเต็มไปด้วยลวดลายอักขระอันซับซ้อน บัดนี้เหลือเพียงรอยจางๆ ที่แทบมองไม่เห็นภายใต้แสงจันทร์อันริบหรี่.

"ผมเข้าใจความกังวลของคุณ เซราฟิน่า" อคิราห์ตอบพลางยกมือขึ้นสัมผัสอักขระที่เริ่มเลือนรางบนแขนของตนเอง "แต่การพยายามยึดติดกับอักขระที่กำลังจะจางหายไปนั้น ไม่ต่างอะไรกับการพยายามจับสายน้ำด้วยมือเปล่า ยิ่งพยายาม รอยแผลเป็นก็จะยิ่งลึกขึ้น."

"แล้วจะให้ทำอย่างไร?" เซราฟิน่าถามเสียงแข็ง "ปล่อยให้ความทรงจำของเราถูกลบเลือนไปทีละน้อยจนไม่เหลืออะไรเลยอย่างนั้นหรือ?" เธอเอ่ยคำว่า 'ความทรงจำ' ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด.

"ไม่" อคิราห์ส่ายหน้าช้าๆ "เราจะทำให้มันชัดเจนขึ้น แต่มันจะไม่ใช่ในรูปแบบของลายเส้นบนผิวหนังอีกต่อไป" เขาขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น มองลึกเข้าไปในดวงตาของเซราฟิน่าที่ฉายแววไม่ไว้วางใจ "โรคหมึกละลาย… มันไม่ใช่โรค แต่เป็นการวิวัฒนาการ" เขาเอ่ยคำนี้ออกมาด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น.

เซราฟิน่าเบิกตากว้างเล็กน้อย "วิวัฒนาการ?" เธอทวนคำอย่างไม่เข้าใจ.

"ใช่" อคิราห์ยืนยัน "อักขระโบราณที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์พยายามกักขังไว้ กำลังหาทางปลดปล่อยตัวเอง พวกมันกำลังเปลี่ยนรูปแบบการบันทึก เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงความทรงจำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหมึกที่เปราะบางและสูญสลายได้ง่าย" เขาเริ่มอธิบายถึงแนวคิดที่ค้นพบจาก 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล' ที่แท้จริงแล้วไม่ใช่แหล่งกำเนิด แต่เป็นศูนย์รวมพลังงานของอักขระที่กำลังเปลี่ยนแปลง "เมื่อผมสัมผัสกับพลังงานนั้น ผมรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ราวกับว่าความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป"

เซราฟิน่าเงียบไป เธอจ้องมองอคิราห์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความลังเล การต่อสู้ภายในใจของเธอดูเหมือนจะดุเดือดกว่าหมึกที่กำลังละลายบนผิวหนังของเธอเสียอีก.

"ลองดูสักครั้ง" อคิราห์ยื่นมือไปข้างหน้าอย่างช้าๆ "ให้ผมลองปลดปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่ในอักขระบนตัวคุณ"

เซราฟิน่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เธอหลับตาลง ปล่อยให้ร่างของตนเองผ่อนคลาย อคิราห์วางฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของเธอ สัมผัสได้ถึงความเย็นของผิวหนังที่แทบไม่มีร่องรอยของอักขระหลงเหลืออยู่ เขาเริ่มรวบรวมสมาธิ นึกถึงภาพของคัมภีร์หินโบราณที่เขาเพิ่งค้นพบ และพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้น

ทันใดนั้น แสงสีเงินเรืองรองก็ปรากฏขึ้นจากฝ่ามือของอคิราห์ มันแผ่กระจายออกไปสัมผัสกับรอยจางๆ บนแผ่นหลังของเซราฟิน่า รอยเหล่านั้นเริ่มสั่นไหวและสว่างวาบขึ้นช้าๆ.

เซราฟิน่าสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่แปลกประหลาดไหลผ่านร่าง เธออ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของเธอก็ขาดหายไป.

ภาพเริ่มปรากฏขึ้นเบื้องหน้าดวงตาที่หลับอยู่ของเธอ มันไม่ใช่ภาพที่คมชัดเหมือนอักขระที่เคยจารึกไว้ แต่มันเป็นภาพที่พร่ามัว เลือนรางราวกับความฝันที่กำลังจะจางหายไป.

เธอเห็นเงาของผู้คน ใบหน้าที่ไม่อาจระบุได้ เสียงหัวเราะที่แผ่วเบา… และแล้วภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งดอกไม้สีเหลืองสดใสก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนชั่วขณะ ความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วร่าง.

"นั่น… นั่นมัน…" เซราฟิน่าพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือ.

อคิราห์กระชับฝ่ามือเล็กน้อย พลังงานไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพทรงจำเหล่านั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ราวกับเขากำลังค่อยๆ ปรับโฟกัสของเลนส์.

"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม?" อคิราห์ถามอย่างนุ่มนวล "ความทรงจำเหล่านั้นยังคงอยู่ เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป".

เซราฟิน่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอฉายแววตกตะลึงและมีความหวังเจือปนอยู่ "มัน… มันเป็นไปได้อย่างไร?".

"นี่คือสิ่งที่ผมกำลังพูดถึง" อคิราห์กล่าว "การวิวัฒนาการของอักขระกำลังมอบหนทางใหม่ให้เรา มันไม่ใช่การสูญสิ้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง" เขาเห็นรอยเปื้อนบนแขนของไมโลที่เดินเข้ามาสมทบ เขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นยิ่งใหญ่และอันตรายเพียงใด แต่เพื่ออนาคต เพื่อ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' เขาต้องทำ.

"ผมจะช่วยคุณค้นหามัน" อคิราห์ให้คำมั่น "ความทรงจำที่แท้จริงของคุณ… เราจะปลดปล่อยมันออกมา"

เซราฟิน่ามองไปที่อคิราห์ เธอเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของเขา และความหวังเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าการต่อสู้เพื่อรักษาอักขระที่กำลังจะจางหายไปนั้น อาจไม่ใช่หนทางเดียวอีกต่อไป.

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ไมโลก็ก้าวเข้ามาใกล้ พลางชี้ไปยังรอยเปื้อนประหลาดบนแขนของตนเอง "อคิราห์… อันนี้… มันกำลัง…"

อคิราห์มองไปยังแขนของไมโล รอยเปื้อนนั้นกำลังขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ราวกับมันกำลังมีชีวิตของตัวเอง เขาตระหนักได้ในทันทีว่า 'โรคหมึกละลาย' ไม่ใช่แค่การเสื่อมสลาย แต่คือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งที่ราบสูงคีรีคราม เขาต้องรีบจัดการกับคัมภีร์หินโบราณให้เร็วที่สุด เพื่อเปิดทางไปสู่ยุคสมัยใหม่ที่เขาเชื่อมั่น.

"เราต้องรีบไป" อคิราห์กล่าวเสียงเคร่งเครียด "มีบางอย่างที่ผมต้องทำลาย"

เซราฟิน่าและไมโลมองหน้ากันอย่างสับสน แต่พวกเขาก็เห็นถึงความเร่งรีบที่ฉายชัดบนใบหน้าของอคิราห์ พวกเขารู้ดีว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจของอคิราห์ครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของทุกคน.

--- อคิราห์แสดงให้เซราฟิน่าเห็นว่าการที่อักขระบนตัวเธอเลือนรางนั้น คือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบันทึกความทรงจำ ไม่ใช่การสูญเสีย และเขาสามารถดึงภาพทรงจำที่เลือนรางเหล่านั้นให้ปรากฏขึ้นได้ชั่วขณะ ทำให้เซราฟิน่าเริ่มเชื่อว่าการปลดปล่อยอักขระคือหนทางสู่การฟื้นฟูความทรงจำที่แท้จริง