← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 14ฟรี

ตอนที่ 14 — รอยสลักแห่งอารมณ์และเงาที่คืบคลาน

เสียงฝีเท้าของกลุ่มผู้คุมกฎหนักแน่นและสม่ำเสมอ ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไร้ความรู้สึก แสงสีฟ้าเย็นเยียบจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่พวกเขาถือส่องผ่านม่านหมอกเข้ามาในหมู่บ้าน ทิ้งเงายาวเหยียดที่ดูคล้ายกับนิ้วมือปีศาจที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาบนพื้นดิน อคิราห์รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง ไม่ใช่เพราะอากาศที่ชื้นแฉะ แต่เพราะความตระหนกที่กำลังบีบคั้นลำคอของเขา

“วิ่ง!” เขาคำรามเสียงต่ำ พยายามจะคว้าข้อมือของเด็กหญิง แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด รอยเปื้อนสีดำบนแขนของเธอไม่ได้เพียงแค่แผ่ขยาย แต่มันกำลัง ‘เต้น’ มันขยับเขยื้อนเป็นจังหวะขลุกขลักคล้ายหนอนที่ชอนไชอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง รอยดำนั้นลามขึ้นมาถึงลำคอ ปิดกั้นเส้นเลือดใหญ่และผิวหนังจนดูเหมือนเงาที่กำลังกลืนกินตัวตนของเธอไปทีละน้อย

“อคิราห์... มัน... มันไม่เจ็บ...” เสียงของเด็กหญิงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาที่เคยใสกระจ่างบัดนี้เริ่มขุ่นมัวด้วยม่านสีดำจางๆ “แต่มัน... มันกำลังบอกว่า... ข้ากำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดิน...”

อคิราห์ไม่รอช้า เขาคว้าตัวเด็กหญิงขึ้นมา พยายามจะพยุงร่างที่เริ่มอ่อนแรงของเธอให้ลุกขึ้น แต่ทันทีที่เขาสัมผัสผิวหนังตรงรอยเปื้อน เขากลับรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่สั่นสะเทือนรุนแรง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่มันคือ ‘คลื่นอารมณ์’ ที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพความทรงจำที่แตกสลาย—ภาพทุ่งหญ้าที่ถูกเผา, เสียงร้องไห้ของแม่ที่จำชื่อไม่ได้, และรสชาติของหยาดฝนที่ปนเปื้อนหมึก—ไหลบ่าเข้ามาในสมองของเขาจนเขาต้องปล่อยมือและทรุดลงไปกองกับพื้น

“ถอยไป! อย่าแตะต้องผู้ติดเชื้อ!” เสียงตะโกนก้องดังมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน

ทหารหน่วยตรวจการในชุดเกราะสีเงินขัดมันก้าวเข้ามา แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สะท้อนบนโล่ของพวกเขาจนดูแสบตา หัวหน้าหน่วยเดินนำหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปสลักหิน เขาไม่ได้มองเด็กหญิงในฐานะมนุษย์ แต่มองในฐานะ ‘รอยตำหนิ’ ที่ต้องถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์

“อักขระที่บิดเบี้ยวคือความผิดพลาด และความผิดพลาดต้องถูกชำระล้าง” หัวหน้าหน่วยกล่าว เสียงของเขาไร้โทนอารมณ์ “ผู้ชำระหมึก... เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เจ้ากำลังพยายามรักษาความโกลาหลงั้นหรือ?”

อคิราห์เงยหน้าขึ้น มองดูทหารเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความศรัทธาที่เขามีต่อสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์พังทลายลงไม่ต่างจากอักขระบนแขนของเด็กหญิง “นี่ไม่ใช่ความโกลาหล! นี่คือชีวิต! พวกคุณกำลังฆ่าความทรงจำของคนเพียงเพื่อรักษาความสมบูรณ์แบบที่จอมปลอม!”

“ความสมบูรณ์แบบคือความอยู่รอด” ทหารคนหนึ่งตอบพลางยกคทาขึ้น “หากอักขระไร้ระเบียบ โลกก็จะไร้รากฐาน หากความทรงจำไร้ทิศทาง มนุษย์ก็จะกลายเป็นเพียงสัตว์ป่าที่ไร้จิตวิญญาณ”

ในขณะที่ความตึงเครียดพุ่งสูงถึงขีดสุด เด็กหญิงที่นอนอยู่บนพื้นกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอช่างขัดกับสภาพร่างกายที่ดูเหมือนกำลังจะดับสูญ เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายชี้ไปยังรูปใบหน้าของอคิราห์ที่วาดบนพื้นดิน รอยดินที่เคยนูนเด่นและสั่นไหว บัดนี้มันกลับขยายตัวออกและดูดซับแสงสว่างรอบข้างเข้าไปจนกลายเป็นหลุมดำขนาดเล็ก

“ดูสิ...” เธอพึมพำ “มันไม่ได้หายไป... มันแค่... ย้ายที่อยู่...”

ทันใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของอคิราห์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยวาดบนพื้นดินไม่ได้เป็นเพียงภาพจำลอง แต่มันกลายเป็น ‘ประตู’ รอยแยกสีดำพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ล้อมรอบตัวเด็กหญิงและอคิราห์เอาไว้ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจากใต้โลกพยายามจะดึงพวกเขาลงไปสู่ความลึกที่ไม่มีใครรู้จัก

“ระวัง!” อคิราห์ตะโกน เขาพยายามจะคว้าตัวเด็กหญิงไว้ แต่แรงดึงดูดจากรอยแยกนั้นมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านทานได้ ทหารหน่วยตรวจการพยายามจะยิงเวทมนตร์ ‘ลบล้าง’ เข้าใส่รอยแยกนั้น แต่แสงสีขาวกลับถูกความมืดกลืนกินไปอย่างง่ายดายราวกับหยดหมึกที่ตกลงในมหาสมุทร

ท่ามกลางความโกลาหล อคิราห์เห็นบางอย่างที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม... ภายในรอยแยกสีดำนั้น เขาเห็นเงาของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายกับอักขระที่ขยับได้ มันไม่ได้เป็นเพียงรอยเปื้อน แต่มันคือโครงสร้างของความทรงจำที่ถูกบิดเบือนจนกลายเป็นอสุรกาย พวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในกระแสหมึกที่ไหลเวียนอยู่ใต้พิภพ

“อคิราห์... ตามมา...” เสียงของเด็กหญิงดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเธอและรอยแยกนั้นจะพุ่งดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ทิ้งให้อคิราห์ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟของเหล่าทหารที่กำลังล้อมกรอบเขาไว้

เขามองดูมือของตัวเอง รอยร้าวบนอักขระที่ข้อมือของเขาไม่ได้ขยายตัวขึ้นอีกแล้ว แต่มันกลับเปล่งแสงสีดำจางๆ ออกมาเป็นจังหวะเดียวกับรอยแยกนั้น ความกลัวในใจถูกแทนที่ด้วยความกระหายที่จะรู้ ความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้ที่ราบสูงคีรีครามกำลังจะถูกเปิดเผย และเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดำดิ่งลงไปในความมืดนั้นเพื่อตามหาคำตอบว่า ‘ความทรงจำที่แท้จริง’ นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

แสงไฟจากคบเพลิงของทหารเริ่มรุกคืบเข้ามาหาเขา อคิราห์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินและหมึกที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้น เขาไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ความมืด แต่มันคือเส้นทาง... เส้นทางที่ถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดน้ำตาและอารมณ์ที่ถูกลืมเลือน

--- อคิราห์พยายามช่วยเหลือเด็กหญิงท่ามกลางการบุกจับกุมของหน่วยตรวจการ แต่กลับพบว่ารอยโรคหมึกละลายสามารถสร้างรอยแยกมิติที่เชื่อมต่อกับความทรงจำใต้ดินได้ และเขาถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิดพร้อมกับเด็กหญิงเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกซ่อนไว้