← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 135ฟรี

ตอนที่ 135 — รอยเปื้อนบนแผ่นหลัง

เสียงขูดขีดของปลายเข็มเงินกระทบกับแผ่นหินดังสะท้อนอยู่ในห้องใต้ดินที่อับชื้น เซราฟิน่าขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เธอพยายามกดปลายเข็มลงบนรอยนูนของอักขระที่แผ่นหลังผ่านกระจกเงาบานเก่าที่ร้าวเป็นทางยาว

“ไม่... ไม่ใช่แบบนี้” เธอพึมพำ เสียงสั่นพร่า

อักขระรูปเกลียวคลื่นที่เคยคมชัดราวกับถูกสลักด้วยเพชร บัดนี้ขอบของมันเริ่มพร่าเลือน มันไม่ได้แค่จางลง แต่มันกำลัง 'ไหล' ราวกับน้ำหมึกที่ถูกหยดลงบนกระดาษเปียก รอยเส้นที่เคยบ่งบอกถึงความทรงจำเรื่องการฝึกดาบครั้งแรกในป่าคีรีคราม บัดนี้กลายเป็นเพียงรอยเปื้อนสีดำจางๆ ที่ไร้รูปทรง

เธอพยายามใช้พู่กันจุ่มหมึกเวทมนตร์เข้มข้นที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่มือของเธอกลับสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ ทุกครั้งที่ปลายขนแปรงสัมผัสผิวหนัง ความรู้สึกแสบร้อนจะแล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลัง แต่มันกลับไม่สามารถยึดเหนี่ยวลายเส้นให้คงที่ได้เลย

“มันกำลังหายไป...” เซราฟิน่ากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด “ชื่อของแม่คืออะไร... ข้าเคยสู้กับใครเป็นคนแรก...”

ความว่างเปล่าเริ่มคืบคลานเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่ความมืด แต่มันคือความว่างที่ไร้ซึ่งจุดยึดเหนี่ยว เธอพยายามเค้นความจำเกี่ยวกับใบหน้าของพ่อ แต่ภาพที่ปรากฏกลับมีเพียงกลุ่มหมอกสีเทาที่ขยับไปมาอย่างไม่มีทิศทาง เธอรีบกดเข็มลงไปอีกครั้ง หวังว่าความเจ็บปวดจะช่วยกระตุ้นให้เส้นสายเหล่านั้นกลับมาคมชัด

“หยุดเถอะ เซราฟิน่า” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดที่ประตู

เซราฟิน่าสะดุ้งสุดตัว เธอคว้ามีดสั้นที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาทันที “ใครน่ะ! ไมโล? ถ้าเป็นเจ้า ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามาตอนข้ากำลัง...”

“ข้าเอง” ไมโลก้าวออกมาจากความสลัว ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูเหนื่อยล้า ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยรอยคล้ำจากการอดนอน “ข้าเห็นรอยเปื้อนที่คอของเจ้าเมื่อกี้ มันลามขึ้นมาถึงลำคอแล้วนะ”

“ข้าจัดการเองได้” เซราฟิน่าตวาด หันกลับไปจ้องกระจกอีกครั้ง “ข้าแค่ต้องซ่อมมัน หมึกบรรพกาลที่สภาจารึกเก็บไว้... ถ้าเราได้มันมา ข้าจะไม่มีวันเป็นแบบนี้”

“สภาไม่มีวันให้ของแบบนั้นกับพวกเราหรอก” ไมโลเดินเข้ามาใกล้ พลางวางกล่องไม้เล็กๆ ที่มีอุปกรณ์ประหลาดทำจากเศษแร่และเส้นใยเวทมนตร์ลงบนโต๊ะ “ข้าลองสร้างเครื่องชะลอการละลายดูแล้ว มันอาจจะช่วยหยุดรอยเปื้อนได้ชั่วคราว แต่มันไม่ใช่การรักษา... มันแค่ประวิงเวลาให้หมึกไม่ไหลไปมากกว่านี้”

เซราฟิน่าจ้องมองอุปกรณ์นั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม “ประวิงเวลาไปเพื่ออะไร? เพื่อรอให้ข้ากลายเป็นคนไร้หัวใจที่จำอะไรไม่ได้เลยงั้นหรือ?”

“อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เจ้ายังเป็นเซราฟิน่าคนเดิมได้นานขึ้น” ไมโลตอบพลางขยับแว่นสายตา “และข้าได้ยินข่าวจากพวกพ่อค้าที่ลักลอบเข้ามาในเขตหมอก... พวกเขาพูดถึงอคิราห์”

มือที่กำลังถือพู่กันของเซราฟิน่าชะงักกึก “อคิราห์? เขาอยู่ที่ไหน?”

“เขาไม่ได้หนีไปเฉยๆ” ไมโลลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “มีคนเห็นเขาที่ชายขอบที่ราบสูงคีรีคราม เขากำลังตามหา ‘ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล’ ว่ากันว่าที่นั่นคือจุดกำเนิดของอักขระทุกตัวในโลกนี้ และเขากำลังเชื่อในเรื่องที่บ้าที่สุด...”

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน” ไมโลกลืนน้ำลาย “ที่ว่าโรคหมึกละลายไม่ใช่คำสาป แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อการวิวัฒนาการ... เพื่อต้อนรับผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต อคิราห์เชื่อว่าต้นน้ำนั้นจะให้คำตอบว่าทำไมอักขระถึงต้องเปลี่ยนรูปไป”

เซราฟิน่าทิ้งพู่กันลงบนพื้น เสียงของมันกระทบไม้ดัง กึก เธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง ความทรงจำเกี่ยวกับอคิราห์—ชายผู้สงบนิ่งราวกับผิวน้ำแต่แฝงด้วยพายุ—ผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้ถึงสายตาที่เขามองเธอในวันที่เขาตัดสินใจพาเธอหนีจากสภาจารึก

“ถ้าเขาไปที่ต้นน้ำจริง... เขาก็อาจจะรู้วิธีหยุดมัน” เซราฟิน่าพูด เสียงของเธอเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกเป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว

“เจ้าจะทำอะไร?” ไมโลถามด้วยความกังวล “ทางข้างหน้ามันอันตราย พวกสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์กำลังออกล่าผู้ติดเชื้ออย่างบ้าคลั่ง พวกเขาจะเผาทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของอักขระ”

เซราฟิน่าหยิบมีดสั้นขึ้นมา เช็ดคราบหมึกที่เปื้อนมือออกอย่างรวดเร็ว เธอมองกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เพื่อดูความงาม แต่เพื่อดูว่ารอยเปื้อนสีดำนั้นกินพื้นที่ไปถึงไหนแล้ว

“ข้าจะตามเขาไป” เธอประกาศ “ถ้าข้าต้องสูญเสียทุกอย่างไปในฐานะคนแปลกหน้า ข้าขอเลือกที่จะตายในฐานะคนที่กำลังตามหาความจริงดีกว่า”

“แต่เจ้ายังไม่ได้เตรียมเสบียง หรือแผนที่เลยนะ!” ไมโลพยายามท้วง

“แผนที่อยู่ที่ความทรงจำ” เซราฟิน่าตอบพลางคว้ากระเป๋าสะพาย “และตราบใดที่ข้ายังพอจำทิศทางของลมและกลิ่นของหมึกได้ ข้าก็ไปได้”

เธอเดินออกจากห้องใต้ดิน ทิ้งความมืดและอุปกรณ์ที่ไร้ประสิทธิภาพของไมโลไว้เบื้องหลัง แสงจันทร์สีเงินสลัวลอดผ่านม่านหมอกของคีรีครามลงมากระทบใบหน้าของเธอ เซราฟิน่าก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนและหมอกหนา หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยจังหวะเดียวกับความกังวลที่หมึกกำลังกัดกินแผ่นหลัง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหน่วยลาดตระเวนสภาจารึกก็ดังแว่วมาจากยอดเขาด้านบน แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สาดส่องผ่านม่านหมอกเป็นระยะๆ เซราฟิน่าหมอบลงข้างโขดหิน เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงของไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอักขระที่ 'ผิดเพี้ยน'

เธอกำด้ามมีดแน่น สายตามองตรงไปยังทิศทางที่อคิราห์มุ่งหน้าไป การเดินทางเพื่อกอบกู้ตัวตนของเธอได้เริ่มขึ้นแล้ว

--- เซราฟิน่าพยายามซ่อมแซมรอยสักความทรงจำที่กำลังละลายบนแผ่นหลังแต่ไม่สำเร็จ เธอได้รับรู้ข่าวลือว่าอคิราห์กำลังตามหาต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาลเพื่อแก้ปัญหาโรคหมึกละลาย เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาเขาเพื่อรักษาตัวตนของตนเองไว้