← สารบัญตอน

เงารัตติกาลแห่งป่าอัสดง

ตอนที่ 53ฟรี

ตอนที่ 53 — กระจกเงาแห่งความว่างเปล่าและเงาที่แปลกปลอม

ความเงียบที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวสีดำนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ตะโกนก้องอยู่ในโสตประสาท ธาราจ้องมองผ่านม่านหมอกแห่งความบิดเบี้ยวเบื้องหน้า รอยแยกนั้นหมุนวนราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง และท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงสว่างทุกชนิด เธอกลับเห็น 'เธอ' อีกคนหนึ่ง—ร่างที่ดูคล้ายคลึงกับเธอทุกกระเบียดนิ้ว แต่ดวงตานั้นกลับไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต มันเป็นดวงตาที่ว่างเปล่าเหมือนท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ และผิวพรรณที่ดูเหมือนจะทำจากเศษเสี้ยวของดวงดาวที่ดับแสงไปแล้ว

“ธารา! อย่าจ้องมัน!” เสียงของครามตะโกนก้องผ่านมิติที่สั่นสะเทือน เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ของเธอ แรงบีบจากมือของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่าเธอยังมีเลือดเนื้อและยังมีตัวตนอยู่จริง ในขณะที่ความรู้สึกของเธอกำลังถูกแรงดึงดูดจากรอยร้าวสีดำฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ธาราพยายามหายใจ แต่ลมหายใจของเธอกลับกลายเป็นกลุ่มควันสีเทาที่สลายไปในอากาศที่บิดเบี้ยว

“นั่น... คือฉัน...” ธาราพึมพำ เสียงของเธอฟังดูเหมือนเสียงกระซิบของใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวในแบบที่มนุษย์ควรจะเป็น แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เหมือนกับการพบเจอชิ้นส่วนที่หายไปของจิตวิญญาณ ตัวตนที่อยู่เบื้องหลังรอยร้าวนั้นไม่ได้ดูเหมือนศัตรู แต่มันดูเหมือน 'ผลลัพธ์' ของสิ่งที่เธอเป็นหากเธอปล่อยให้ความไม่สมบูรณ์กลืนกินเธอไปจนหมดสิ้น

เงาร่างปริศนาในรอยแยกขยับกายอย่างเชื่องช้า มันไม่ได้เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ แต่เป็นการ 'ดำรงอยู่' ในตำแหน่งใหม่ทีละนิด ทุกครั้งที่มันขยับ กฎเกณฑ์ของมิติรอบข้างจะพังทลายลง เศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลายลอยละล่องอยู่รอบตัวมัน—ภาพของป่าดงพญาเย็นที่เขียวขจีในอดีต, เสียงหัวเราะของชนเผ่าที่สาบสูญ, และความเจ็บปวดจากการถูกรุกราน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพจำ แต่มันคือวัตถุที่จับต้องได้ในมิตินี้

“มันไม่ใช่แค่เงา” ครามกัดฟันกรอด มือหนึ่งกระชับมีดพฤกษา (Botanical Dagger) ที่สั่นระริกด้วยพลังงานที่ไม่เสถียร “มันคือเศษเสี้ยวของความเป็นไปได้ที่ถูกลบเลือนไปจากเส้นทางแห่งความจริง มันกำลังพยายามดึงตัวตนของเธอเข้าไปเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าของมัน!”

ทันใดนั้น เหล่า Echoes ที่ลอยวนอยู่รอบๆ ก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม พวกมันไม่ได้จู่โจมเพื่อทำลาย แต่พวกมันเริ่มขยับเข้าหาธาราด้วยท่วงท่าที่สอดประสานกันอย่างน่าขนลุก ราวกับกำลังเต้นรำรอบแท่นบูชา ความหิวโหยของพวกมันไม่ได้มาจากกระเพาะอาหาร แต่มาจากความปรารถนาที่จะ 'เป็น' สิ่งที่มีชีวิต มีความรู้สึก และมีน้ำหนักในโลกแห่งความจริง

“ถอยไป!” ธาราคำราม พลังแห่งความไม่สมบูรณ์ระเบิดออกจากร่างของเธอเป็นคลื่นกระแทกสีหม่น แต่มันกลับไม่ได้ผลักดันเหล่า Echoes ออกไป กลับกัน มันกลับทำให้พวกมันดู 'ชัดเจน' ขึ้น ราวกับว่าพลังของเธอได้มอบเศษเสี้ยวของนิยามให้แก่สิ่งไร้รูปเหล่านั้น ธาราสัมผัสได้ถึงความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการตัดสินใจของเธอ—การพยายามใช้ความไม่สมบูรณ์เพื่อต่อต้านความว่างเปล่า กลับเป็นการสร้างสะพานที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้ความว่างเปล่าเดินข้ามมา

ในวินาทีที่ความโกลาหลถึงขีดสุด เสียงแผดสนั่นของเทคโนโลยีก็ดังแทรกเข้ามา หน่วย Inquisitors ที่เหลือรอดจากการปะทะก่อนหน้าได้ส่งอุปกรณ์ 'Stabilizer' (เครื่องรักษาเสถียรภาพมิติ) ขนาดใหญ่ลงมาสู่ใจกลางรอยแยก ลำแสงสีฟ้าขาวที่เย็นเยียบและแข็งทื่อพุ่งทะลวงผ่านความบิดเบี้ยว พยายามจะ 'เย็บ' รอยร้าวนี้ให้ปิดสนิทด้วยระเบียบที่ตายซาก

“หยุดนะ!” ธาราตะโกน ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อแสงแห่งระเบียบนั้นสัมผัสกับตัวตนกึ่งมิติของเธอ มันเหมือนกับการพยายามเอาตะปูเหล็กไปตอกลงบนกลุ่มเมฆ—มันไม่ได้ช่วยให้เมฆคงรูป แต่มันทำให้ทุกอย่างแตกกระจายออกไปมากกว่าเดิม

การปะทะกันระหว่าง 'ระเบียบที่บิดเบี้ยว' ของ Inquisitors และ 'ความไม่สมบูรณ์ที่ไร้ขอบเขต' ของธารา สร้างแรงสะท้อนที่รุนแรงจนพื้นที่โดยรอบเริ่มพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ ร่างของธาราเริ่มพร่าเลือนจนเห็นทะลุไปถึงดวงดาวที่อยู่ไกลโพ้น เธอเห็นครามที่กำลังพยายามฝ่าคลื่นพลังเข้ามาหาเธอ แต่เขากลับดูเหมือนภาพวาดที่ถูกละเลงด้วยน้ำสีจางๆ

ตัวตนลึกลับในรอยร้าวเริ่มยื่นมือออกมา—มือที่ดูเหมือนจะทำจากแสงและเงาที่ถักทอเข้าด้วยกัน—มันไม่ได้พุ่งเข้าหาเพื่อทำร้าย แต่พุ่งเข้าหาเพื่อ 'โอบกอด' ธารา ในขณะที่แสงจากเครื่องมือของ Inquisitors กำลังจะบดขยี้ตัวตนของเธอให้กลายเป็นเพียงสถิติในฐานข้อมูลของจักรวาล

“ถ้าฉันต้องสลายไป...” ธารากระซิบกับตัวเอง ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังร่างปริศนานั้นด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว “ฉันจะไม่ยอมเป็นเพียงระเบียบที่ไร้ชีวิต หรือเงาที่ไร้ตัวตน!”

เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุด แทนที่จะต้านทานแรงดึงดูดของรอยร้าว หรือต้านทานแสงแห่งการจัดระเบียบ ธาราเลือกที่จะ 'เปิดรับ' ทั้งสองอย่างพร้อมกัน เธอปล่อยให้ความว่างเปล่าไหลเข้าสู่หัวใจ และปล่อยให้ระเบียบที่แข็งทื่อไหลเข้าสู่จิตวิญญาณ การปะทะกันของสองขั้วอำนาจภายในร่างเดียวสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหายใจ

เสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังฉีกขาดดังสนั่นไปทั่วป่าดงพญาเย็น แสงสีขาวและสีดำหมุนวนกลายเป็นพายุทอร์นาโดแห่งการดำรงอยู่ ครามพยายามตะเกียกตะกายฝ่าพายุนั้น แต่เขากลับพบว่าระยะทางระหว่างเขากับธารานั้นไม่ได้วัดด้วยเมตรหรือกิโลเมตรอีกต่อไป แต่วัดด้วยความหมายของการมีอยู่ซึ่งกำลังจางหายไป

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้น ร่างของธาราไม่ได้สลายหายไป แต่มันกลับ 'ขยายออก' เธอไม่ได้เป็นเพียงหญิงสาวพรานป่าอีกต่อไป แต่เธอกลายเป็นจุดศูนย์กลางของพายุ เป็นจุดที่ความจริงและความไม่จริงมาบรรจบกัน และในวินาทีที่เธอกำลังจะสูญเสียการควบคุมไปโดยสิ้นเชิง เธอก็เห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในรอยร้าว... สิ่งที่อยู่หลังเงาของตัวเธอเอง

มันไม่ใช่เพียงตัวเธอในอีกมิติหนึ่ง แต่มันคือ 'ความลับ' ที่ป่าดงพญาเย็นซ่อนไว้มานับพันปี ความลับที่บอกว่าการล่มสลายนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงการลอกคราบของโลกใบเก่าเพื่อเตรียมรับสิ่งที่จะมาถึง และขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสความลับนั้น รอยร้าวสีดำก็เริ่มส่งเสียงกระซิบที่ฟังดูเหมือนเพลงกล่อมเด็กที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา

--- ธาราเผชิญหน้ากับตัวตนปริศนาที่เป็นภาพสะท้อนของเธอเองในรอยร้าวสีดำ ท่ามกลางการปะทะกันระหว่างพลังแห่งความไม่สมบูรณ์ของเธอและเทคโนโลยีจัดระเบียบของ Inquisitors จนนำไปสู่การตัดสินใจเสี่ยงตายเพื่อหลอมรวมขั้วอำนาจที่ขัดแย้งกันเข้าสู่ตัวตน