← สารบัญตอน

เงารัตติกาลแห่งป่าอัสดง

ตอนที่ 28ฟรี

ตอนที่ 28 — รอยแยกแห่งเจตจำนงและเสียงเพรียกจากความไม่สมบูรณ์

กลิ่นโอโซนที่แหลมคมปนกับกลิ่นไหม้ของมิติที่ถูกฉีกขาดอบอวลอยู่ในอากาศ ธาราหอบหายใจถี่ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจากการปะทะที่ยาวนาน แต่เพราะแรงสั่นสะเทือนของความจริงที่กำลังพยายามจัดระเบียบตัวเองใหม่รอบตัวเธอ ทุกย่างก้าวที่เธอกดลงบนพื้นดินที่บิดเบี้ยวให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนผิวหนังของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังดิ้นรน พื้นดินที่เคยเป็นดินโคลนและรากไม้ บัดนี้สลับสับเปลี่ยนระหว่างก้อนหินที่ลอยคว้างและพื้นผิวโปร่งแสงที่สะท้อนภาพความทรงจำอันพร่าเลือน

“ธารา! อย่าปล่อยให้สายตาหลุดจากจุดศูนย์กลาง!” เสียงของครามตะโกนฝ่าเสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกบีบอัด เขาขยับตัวเข้าใกล้เธอ มือหนึ่งกระชับอาวุธ อีกมือหนึ่งพยายามยึดเหนี่ยวไหล่ของเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากเขาปล่อยเพียงเสี้ยววินาที ร่างของหญิงสาวจะสลายกลายเป็นละอองแสงไปกับความบิดเบี้ยวนี้

เบื้องหน้าของพวกเขา ใจกลางความบิดเบี้ยวกำลังก่อตัวเป็นพายุหมุนของแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ความมืดมิดของความว่างเปล่า แต่มันคือ ‘ระเบียบ’ ที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก แสงนั้นพยายามจะกลืนกินทุกความไม่แน่นอน ทุกความคดเคี้ยวของกิ่งไม้ และทุกความไม่สมบูรณ์ของชีวิต เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นเส้นตรงและรูปทรงเรขาคณิตที่ตายตัว หน่วย Inquisitors ในชุดเกราะโลหะสีเงินวาววับกำลังเคลื่อนที่เข้ามาตามแนวรอยแยก พวกเขาไม่ได้เดินด้วยเท้า แต่เคลื่อนที่ผ่านการบิดเบือนของมิติ เครื่องมือควบคุมมิติที่ติดอยู่กับหลังของพวกเขาแผ่รังสีสีฟ้าเย็นเยียบออกมาเพื่อ ‘จัดระเบียบ’ พื้นที่รอบข้างให้กลายเป็นระนาบที่ราบเรียบและไร้ชีวิต

“พวกเขากำลังปิดตายทางออก...” ธาราพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตาที่เคยสื่อสารกับใบไม้บัดนี้กลับมีประกายสีเงินจางๆ ของความว่างเปล่าไหลเวียนอยู่ข้างใน “พวกเขาไม่ได้มาเพื่อรักษาป่า แต่มาเพื่อทำให้ป่ากลายเป็นห้องทดลองที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามาจากทิศทางที่เจตจำนงของ Warden สถิตอยู่ นักรบแก้วที่เกิดจากกฎเกณฑ์ใหม่พุ่งทะยานออกมาจากม่านแสง ร่างกายของพวกมันใสกระจ่างไร้รอยต่อ ไม่มีลมหายใจ ไม่มีจังหวะหัวใจ มีเพียงเจตจำนงแห่งการทำลายความโกลาหล พวกมันพุ่งเข้าหาธาราและครามราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันศรแห่งระเบียบ

ครามกระโจนออกไปข้างหน้า ดาบของเขาฟาดฟันเข้าใส่ร่างแก้วหนึ่งที่พุ่งเข้ามา เสียงปะทะไม่ใช่เสียงเหล็กกระทบเนื้อ แต่เป็นเสียงคล้ายกระจกแตกที่ดังกังวานจนแก้วหูแทบฉีกขาด “พวกมันแข็งแกร่งเกินไป! ธารา เราต้องไปให้ถึงใจกลางนั่น!”

ธาราหลับตาลง เธอไม่ได้พยายามมองด้วยตาเนื้อ แต่เธอพยายาม ‘ฟัง’ แม้ในที่ที่ไม่มีเสียง เธอพยายามหาจังหวะของความไม่สมบูรณ์ ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกยัดเยียดโดย Warden และความสับสนที่เกิดจากความว่างเปล่า เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่วเบาที่สุด—มันคือเสียงหัวใจของป่าที่กำลังเต้นผิดจังหวะ มันคือความขรุขระของรากไม้ที่พยายามแทรกตัวผ่านพื้นผิวที่เรียบเนียนเกินไป และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ

“แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์...” เธอพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกนั้นไม่ใช่สิ่งของที่หยิบจับได้ แต่มันคือสภาวะที่ความจริงยอมให้เกิดความผิดพลาดได้

ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อ หน่วย Inquisitor คนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า เครื่องมือควบคุมมิติในมือของเขาขยายตัวออก แผ่คลื่นพลังงานที่พยายามจะ ‘ตรึง’ ร่างของธาราให้หยุดนิ่งในพิกัดที่แน่นอน ความรู้สึกเหมือนถูกตรึงด้วยตะปูที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าสู่ทุกเซลล์ในร่างกาย ธาราขยับไม่ได้ ร่างกายของเธอเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของระนาบที่ตายตัว

“หยุดนะ!” ครามตะโกน เขาพุ่งเข้าใส่ Inquisitor คนนั้นด้วยความโกรธแค้น แต่การโจมตีของเขาถูกปัดป้องด้วยสนามพลังเรขาคณิตที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ

ในวินาทีที่สติของธารากำลังจะถูกลบเลือนด้วยระเบียบที่สมบูรณ์แบบ เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอไม่ได้พยายามต้านทานพลังที่ตรึงเธอไว้ แต่เธอพยายาม ‘บิดเบือน’ ตัวเอง เธอเรียกเอาความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด ความผิดพลาดที่เคยทำ และความอ่อนแอที่เธอซ่อนไว้ ออกมาใช้เป็นเชื้อเพลิง เธอปล่อยให้ความไม่สมบูรณ์ในจิตใจของเธอไหลทะลักออกมาปะทะกับพลังงานที่พยายามจะจัดระเบียบเธอ

เกิดการปะทะกันระหว่าง ‘ความสมบูรณ์แบบที่เย็นชา’ กับ ‘ความโกลาหลที่เปี่ยมชีวิต’ แสงสีเงินและแสงสีฟ้าสว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใด พื้นที่รอบตัวธาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกที่เคยเรียบเนียนกลับเกิดรอยแตกที่ไร้รูปแบบ พลังงานที่เคยเป็นเส้นตรงบิดเบี้ยวกลายเป็นเกลียวคลื่นที่คาดเดาไม่ได้

เมื่อแสงจางลง ธาราพบว่าตัวเองทรุดอยู่บนพื้น แต่แรงตรึงนั้นหายไปแล้ว Inquisitor คนนั้นล้มลงพร้อมกับเครื่องมือที่แตกร้าว ร่างของเขาไม่ได้สลายไป แต่เขากำลังสับสน—เป็นครั้งแรกที่มนุษย์ผู้ยึดมั่นในระเบียบต้องเผชิญกับความผิดพลาดที่ไม่อาจคำนวณได้

“ธารา... เธอทำได้ยังไง?” ครามถามด้วยความตกตะลึง ขณะที่เขารีบเข้ามาประคองเธอ

“ฉันไม่ได้สู้กับมัน...” ธาราตอบ เสียงของเธอสั่นเทาแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันแค่ยอมรับว่าฉันแตกสลาย และความแตกสลายนั้นแหละคืออาวุธเดียวที่จะสู้กับสิ่งที่สมบูรณ์แบบเกินไปได้”

แต่ความสำเร็จนั้นสั้นนัก เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากลำคอของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงคำรามของมิติที่กำลังปริแตก ดังมาจากใจกลางพายุ แสงสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มและดำสนิท สิ่งลี้ลับจากความว่างเปล่า—The Echoes—เริ่มสัมผัสได้ถึง ‘จุดเชื่อมโยง’ ที่มีชีวิต พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่พวกมันมาเพื่อ ‘กลืนกิน’ ตัวตนที่กำลังสั่นคลอนของเธอ

เงาร่างกึ่งโปร่งแสงนับสิบเริ่มก่อตัวขึ้นจากเศษเสี้ยวของความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยว ไร้ใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่โหยหาการดำรงอยู่ พวกมันพุ่งเข้าหาธาราด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ

“พวกมันมาแล้ว!” ครามตะโกนพร้อมกับชักดาบออกมาเตรียมรับมือศึกใหม่

ธาราลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้น การค้นหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ไม่ได้เป็นเพียงการหาวัตถุ แต่มันคือการเดินทางผ่านพายุแห่งการล่มสลายที่เธอเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาเอง และตอนนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ Warden หรือ Inquisitors แต่คือความว่างเปล่าที่กำลังพยายามจะบอกเธอว่า... การมีตัวตนนั้นช่างเจ็บปวดเหลือเกิน

เธอมองไปที่ใจกลางความบิดเบี้ยว ที่ซึ่งแสงและเงากำลังเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง และที่นั่น เธอเห็นบางอย่าง—เงาร่างที่คุ้นเคยท่ามกลางเศษเสี้ยวความทรงจำที่ลอยละล่อง มันคือเงาของใครบางคนที่เธอเคยสูญเสียไป แต่มันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป มันคือ Echo ที่กำลังเรียกหาเธอด้วยเสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงกระซิบของใบไม้ที่กำลังจะร่วงโรย

--- ธาราใช้ความไม่สมบูรณ์ในจิตใจต่อต้านพลังการจัดระเบียบของ Inquisitors ได้สำเร็จ แต่เธอกลับดึงดูด The Echoes สิ่งลี้ลับที่หิวกระหายตัวตนให้เข้าจู่โจม และเผชิญกับภาพลวงตาจากความทรงจำที่แตกสลาย