← สารบัญตอน

ปฐมบทแห่งสายธารอาคม

ตอนที่ 10ฟรี

ตอนที่ 10 — แสงสีฟ้าและการคืบคลานของเงา

อากาศยามรุ่งอรุณในศาลาร่มเงาพฤกษามักเย็นสบาย ชุ่มฉ่ำด้วยไอหมอกจางๆ ที่ลอยเอื่อยมาจากลำธารเบื้องล่าง กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมผสานกันจนเป็นกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ พนาสูดลมหายใจลึก พยายามขับไล่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืน เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกฝนอีกครั้ง โดยมีเสียงกระซิบของจิตวิญญาณโบราณคอยนำทางและชี้นำ สัมผัสแห่งพลังอันแปลกประหลาดยังคงค้างอยู่ที่ปลายนิ้ว มือข้างซ้ายของเขา – มือที่สัมผัสกับแก่นแท้ของสายธารอาคม – ยังคงเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ เรืองรอง ราวกับมีดวงดาวเล็กๆ สถิตอยู่ภายใน

"นั่นคือจุดเริ่มต้นของพลัง พนา" เสียงนั้นแผ่วเบา ล่องลอยมากับสายลม "แต่การควบคุมมันคือหนทางที่ยาวไกล" จิตวิญญาณแห่งสายน้ำดูเหมือนจะเข้าใจถึงความท้อแท้ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา "ความสมดุลคือหัวใจสำคัญ ยิ่งพลังมากเท่าใด ความมั่นคงในการยึดเหนี่ยวก็ยิ่งต้องแข็งแกร่ง"

พนาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาจับจ้องไปที่ฝ่ามือของตนเอง แสงสีฟ้าค่อยๆ จางหายไปตามธรรมชาติของมัน แต่ความรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้นยังคงชัดเจน เขาเคยเป็นเพียงผู้เฝ้าสายธารธรรมดาๆ ที่ไม่เคยคิดฝันถึงสิ่งเหล่านี้มาก่อน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเขาเร็วเกินไป จนบางครั้งก็รู้สึกเหมือนกำลังฝันไป ทว่าภาพของอสูรร้ายที่บุกโจมตีหมู่บ้าน และเงาดำปริศนาที่ตามล่าตัวเขาและลดา ก็คอยย้ำเตือนถึงความเป็นจริงอันโหดร้าย

"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?" พนาเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตนเอง รู้สึกได้ถึงความเย็นจากเหงื่อที่เริ่มซึมออกมา "พลังนี้... มันยังไม่พอที่จะปกป้องทุกคน"

"กาลเวลายังมี" เสียงกระซิบตอบกลับมา "แต่จงระวัง..." ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเย็นเยียบที่แตกต่างจากอากาศยามเช้าก็แล่นผ่านผิวหนังของพนา มันไม่ใช่ความเย็นชุ่มฉ่ำของหมอก แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก ราวกับมีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาจากที่มืด

เขาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปยังทิศทางที่รู้สึกถึงอันตราย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสีดำทมิฬกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ชายป่าด้านนอกศาลา มันไม่ใช่เงาของต้นไม้หรือก้อนหิน แต่เป็นรูปร่างที่บิดเบี้ยว ผิดธรรมชาติ ดวงตาของมันเป็นประกายสีแดงฉานราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้

"มันมาแล้ว!" พนาอุทานเสียงหลง เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่กระจายออกมาจากเงาดำนั้น มันแข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ ที่เขาเคยเผชิญหน้ามา

ร่างของลดากระชับเข้าหาเขา ลดาที่นั่งอยู่ไม่ไกล กำลังนั่งสมาธิเพื่อพยายามรวบรวมสติ พลันสะดุ้งตื่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของพนา ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าซีดเผือด

"พนา..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่น

"ไม่ต้องกลัว" พนาพยายามกล่าวปลอบ ทั้งที่หัวใจของตัวเองเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เขากระชับหมัดแน่น รู้สึกถึงพลังที่เริ่มไหลเวียนไปทั่วร่าง "ข้าจะปกป้องเจ้าเอง"

เงาดำเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงเสียดสีกับพื้นดินดังราวกับมีใครกำลังลากหินขนาดใหญ่ไปบนกรวด มันหยุดนิ่งอยู่ห่างจากศาลาไปไม่มากนัก ปล่อยให้ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของมันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

"พลังของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป ผู้เฝ้าสายธาร" เสียงแหบพร่าของเงาดำดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในความคิดของพนาโดยตรง ราวกับมันกำลังสื่อสารกับจิตใจของเขา "เจ้าไม่สามารถปกป้องสิ่งใดได้"

พนาเม้มปากแน่น เขาเหลือบมองลดาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ ภาพของหมู่บ้านที่ถูกทำลาย เด็กๆ ที่หวาดกลัว และย่าคำนวลที่กำลังลำบาก ลอยเข้ามาในความคิด มันเป็นแรงผลักดันให้เขากล้าเผชิญหน้ากับสิ่งตรงหน้า

"ข้าอาจจะยังอ่อนแอ" พนากล่าวเสียงหนักแน่น มือข้างที่เรืองแสงสีฟ้ากลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง คราวนี้สว่างกว่าเดิม "แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายใครอีกเด็ดขาด!"

เขาก้าวออกไปข้างหน้า ปักหลักมั่นคงบนพื้นดิน สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมพลังสายธารอาคมทั้งหมดที่มี พลังงานสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบตัวเขา ก่อตัวเป็นเกราะบางๆ ที่สั่นไหวเล็กน้อย

"เจ้าคิดว่าแค่นั้นจะหยุดข้าได้หรือ?" เงาดำหัวเราะเยาะในความคิดของพนา เสียงหัวเราะนั้นเย็นยะเยือกจนขนลุก

ทันใดนั้นเอง เงาดำก็พุ่งเข้าใส่! ร่างของมันเคลื่อนไหวเร็วจนตามองแทบไม่ทัน พนามองเห็นเพียงลำแสงสีแดงฉานที่พุ่งตรงมายังเขา เขาพยายามยกแขนขึ้นป้องกัน แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถต้านทานแรงปะทะมหาศาลนี้ได้

แต่แล้ว... สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! ขณะที่เงาดำกำลังจะปะทะเข้ากับเขา แสงสีฟ้าจากมือของพนาพลันระเบิดออกเป็นวงกว้าง แสงสว่างเจิดจ้าจนกลบรัศมีสีแดงของเงาดำ พลังอันมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งทะลุผ่านร่างของเงาดำ ทำให้มันชะงักกึกกลางอากาศ

เงาดำคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามดิ้นรน แต่ดูเหมือนจะถูกพันธนาการไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็นนั้น พลังสีฟ้ายังคงแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ราวกับสายน้ำที่กำลังกัดเซาะหินผา

"เป็นไปไม่ได้!" เสียงนั้นดังขึ้นในความคิดของพนาอีกครั้ง แต่คราวนี้แฝงไปด้วยความตกใจและหวาดหวั่น

พนาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาไม่เคยคาดคิดว่าพลังที่เขายังควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ จะสามารถสร้างผลกระทบได้ถึงเพียงนี้ แสงสีฟ้ายังคงสว่างไสวอยู่รอบตัวเขา ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มด้วยพลังงานบริสุทธิ์

เงาดำค่อยๆ สลายตัวไป ท่ามกลางแสงสีฟ้าที่ถาโถมเข้าใส่ มันไม่สามารถต้านทานพลังที่ปลดปล่อยออกมาอย่างฉับพลันนี้ได้ เสียงคำรามสุดท้ายของมันค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับร่างที่เลือนหายไปในอากาศ

เมื่อเงาดำหายไป แสงสีฟ้าก็ค่อยๆ มอดดับลง เหลือเพียงความสงบที่กลับคืนมาสู่ศาลาร่มเงาพฤกษา พนาทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ใบหน้าซีดเผือด แต่ดวงตาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น

ลดาเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความโล่งใจ

"พนา... เจ้าทำได้" เธอกล่าวเสียงแผ่วเบา

พนาเงยหน้ามองเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ข้า... ข้ายังต้องฝึกฝนอีกมาก" เขากล่าว พลางมองไปยังทิศทางที่เงาดำเคยปรากฏตัว "แต่ข้าจะไม่ยอมให้มันกลับมาอีก"

เขารู้สึกได้ว่าภายใต้ความแข็งแกร่งที่เพิ่งปลดปล่อยออกมานั้น ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ พลังสายธารอาคมในตัวเขายังมีมิติที่ลึกล้ำกว่าที่เขาเคยสัมผัส เขาต้องค้นหาความลับที่แท้จริงของมัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าที่กำลังจะมาถึง

--- พนาเผชิญหน้ากับเงาดำอีกครั้งที่ศาลาร่มเงาพฤกษา แต่คราวนี้พลังสายธารอาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ของเขาได้ปลดปล่อยออกมาอย่างฉับพลัน ช่วยขับไล่ภัยร้ายไปได้สำเร็จ ทำให้เขาตระหนักถึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นและจำเป็นต้องฝึกฝนต่อไปเพื่อรับมือกับภัยที่ใหญ่กว่าเดิม